เอเย่นต์ “เอ็นดิดี” เปิดปากหลังนักเตะมีข่าวกับ “ปืน-ผี”

เอเย่นต์ของ วิลเฟรด เอ็นดิดี ได้ออกมายืนยันผ่านสื่อไนจีเรียว่า นักเตะในสังกัดจะไม่ย้ายออกจาก เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลนี้แน่นอน

โดย เอ็นดิดี ย้ายมาจาก เกงค์ ช่วงเดือนมกราคม พร้อมสามารถทำผลงานอย่างสุดยอดจนได้ตกเป็นข่าวว่ามีทีมยักษ์ใหญ่เช่น อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจด้วย
“มันมีการติดต่อเข้ามาอย่างไม่เป็นทางการหลายครั้งก็จริง แต่เขาก็จะไม่ย้ายทีมแน่นอน” เอเย่นต์ กล่าว
“สาเหตุเรื่องนี้ก็เพราะ วิลเฟรด ยังเป็นนักเตะของ เลสเตอร์ และด้วยการที่โค้ชดูแลเขาอย่างดีนั่นเอง”
“เอ็นดิดี เป็นหนึ่งในนักเตะค่าตัวแพงสุดของ เลสเตอร์ ซึ่งแน่นอนว่าราคามันจะสูงขึ้นตามคะแนนในลีกและจำนวนถ้วยแชมป์”

ขณะที่ทาง เคร็ก เชคสเปียร์ กุนซือเลสเตอร์ก็ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยว่า “เราคงไม่สามารถทำอะไรกับข่าวลือนี้ได้หรอก มันเกิดขึ้นเพราะฟอร์มของเขาล้วนๆ”
นอกจากนี้ กองกลางผิวสียังมีข่าวกับฮัมบูร์ก ทีมดังในบุนเดสลีกา เยอรมัน ด้วยเช่นกัน

“ซลาตัน” เผย 2 หัวหอกที่เก่งสุดของพรีเมียร์ลีกตอนนี้

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แข้งตัวเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างตรงไปตรงมาแล้วว่าใครกันที่เขาคิดว่าเป็น 2 ศูนย์หน้าที่เก่งสุดในพรีเมียร์ลีก ณ เวลานี้

ซึ่งคำตอบที่ได้มานั้นก็แอบทำให้ผู้สื่อข่าวผิดคาดอยู่เล็กๆ เพราะหากเป็นปกติแล้ว ซลาตัน มักจะต้องตอบให้ตัวเองมีเอี่ยวด้วยตลอดแบบไม่ยอมน้อยหน้าใคร
“ผมย้ายมาอยู่ในลีกแห่งนี้ตอนอายุ 35 ปี ซึ่งทุกคนคิดว่าต้องเปิดตัวแบบสภาพโรยรา นั่งเก้าอี้วีลแชร์ กันเลยทีเดียว แต่ดูสิว่าตอนนี้เป็นไง เจ้าสิงโตตัวนี้ยังคงอยู่และแข็งแรงมากด้วย” ซลาตัน กล่าวกับ บีทีสปอร์ต

และเมื่อผู้สื่อข่าวยิงคำถามไปตรงๆ เลยว่าใครคือสไตรเกอร์ที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก ณ เวลานี้ อิบราก็ตอบอย่างมั่นใจทันที
“สำหรับผม ส่วนตัวแล้วชอบสไตรเกอร์ที่สามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ในเกม ซึ่งคิดว่า ลูกากู เองก็แข็งแกร่งมากในจุดนี้ ส่วน อเกวโร่ ก็เก่งเวอร์ เขาครบเครื่องที่สุดแล้ว”

ไอดอลมาเอง! “หมู ปากน้ำ” สุดปลื้ม “พี่ตูน” อัดคลิปให้กำลังใจ

“หมู ปากน้ำ” นพพล แสงคำ นักสนุกเกอร์ชาวไทย สุดปลื้มหลัง พี่ตูน หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องนำวงบอดี้สแลม ได้อัดคลิปพร้อมให้กำลังใจเจ้าตัวในการแข่งขันสนุกเกอร์ ชิงแชมป์โลก ที่ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ ประเทศอังกฤษ

โดยก่อนหน้านี้ทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้เผยรายชื่อเพลงที่นักแม่นคิวทั้ง 32 คน เลือกเพลงที่จะใช้ในการเปิดตัวก่อนเดินทางเข้าสู่สนามแข่งขัน ซึ่งนักสอยคิวจากแดนสยาม ได้ตัดสินใจเลือกใช้เพลง “แสงสุดท้าย” ของวง บอดี้สแลม ซึ่งเมื่อ ตูน บอดี้สแลม ได้ทราบข่าวก็ได้อัดคลิปขอบคุณที่ “หมู ปากน้ำ” ได้เลือกเพลงของพวกเขาไปเปิดในการแข่งขันระดับโลก พร้อมทั้งอวยพรให้โชคดีในการแข่งขัน

ขณะที่ เจ้าตัวก็ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความ “คลิปนี้ทำให้ผมมีพลังมากๆครับ ผมดีใจมากๆเลยจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ “ไอดอล”ของผม พี่เขาบอกถ้าผมอยู่ถึงปลายเมษาจะมาเชียร์ ผมจะพยายามทำให้ได้ ลุย!!!bodyslam!!! ขอบคุณมากๆครับพี่ รักพี่ตูน ดีใจอ่า” สำหรับ “หมู ปากน้ำ” นพพล แสงคำ นักแม่นคิวชาวไทยถือเป็นคนไทยคนที่ 4 ที่สามารถคว้าตั๋วเข้าไปแข่งขันในรายการ สนุกเกอร์ ชิงแชมป์โลก ที่ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ ประเทศอังกฤษ ได้สำเร็จ โดยจะลงสนามดวลคิวในรอบ 32 คนสุดท้าย กับ นีล โรเบิร์ตสัน มืออันดับ 35 ของโลกจาก ออสเตรเลีย ในวันพุธที่ 19 เมษายน นี้ ในช่วงเวลา 20.30 น.

โพสต์จากใจ! “หมูปากน้ำ” ขอโทษคนไทยที่ทำให้ผิดหวัง

“หมูปากน้ำ” นพพล แสงคำ นักสนุกเกอร์ชาวไทย สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นคนไทยคนที่ 4 ที่สามารถคว้าตั๋วเข้าไปแข่งขันในรายการ สนุกเกอร์ ชิงแชมป์โลก ที่ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ ประเทศอังกฤษ ได้สำเร็จ โดยเจ้าตัวประเดิมการแข่งขันในรอบ 32 คนสุดท้าย ด้วยการแพ้ให้กับ นีล โรเบิร์ตสัน มืออันดับ 9 ของโลกชาวออสเตรเลีย 4-10 เฟรม ยุติเส้นทางเพียงแค่รอบ 32 คนสุดท้ายเท่านั้น อย่างไรก็ตามในโลกโซเชียลได้มีแฟนๆบางพวกที่ไม่พอใจกับฟอร์มการแทงของเจ้าตัว ถึงขนาดไปโพสต์เฟสบุ๊คด่าก็มี ซึ่งล่าสุด นักแม่นคิววัย 24 ปี ได้โพสต์ระบายความในใจบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้แฟนๆได้เข้าใจในตัวเขาบ้าง

“ก่อนอื่นเลย ผมอยากขอโทษพี่ๆน้องๆส่วนหนึ่ง ที่ไม่ประทับใจในตัวของผมในฟรอมการเล่นของผมในวันที่ผ่านมา บางคนก็ด่าผมก็เยอะครับ ดูถูกผมก็เยอะครับ แต่ก็ขอบคุณ บางท่านที่เข้าใจในตัวผมครับ ผมต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ยากมากครับ วันแรกผมตาม 1-8 เฟรม ในห้องในจุคนได้เกือบ 1,000 คนครับ มีเพียง ไม่ถึง 10 คนที่เชียร์ผม (เป็นคนไทย และสปอนเซอร์หลักของผม) และมีอีกหลายคนที่หัวเราะเย้ยผม เวลาผมพลาด ผมจึงขาดความมั่นใจมากๆครับ และไม่มีความเป็นตัวเองครับ กดดันมากๆ บางท่านบอกว่ามันอาจจะเป็นเวทีใหญ่เกินไปสำหรับผม มันก็จริงครับ ผมยอมรับ ผมจะถือเป็นประสบการณ์ล้ำค้าที่สุดในชีวิตที่ต้องบอกว่าหาโอกาสแบบนี้ได้ยากมากๆครับ วันนี้ผมจะเดินทางกลับไทยครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจในตัวผม ขอบคุณทุกคนที่อดหลับอดนอนเชียร์ผม ส่วนคนที่ดูถูกผม ผมไม่โกรธพี่ๆนะครับ วันนี้คุณอาจจะไม่ยอมรับในตัวผมและสิ่งที่ผมทำ แต่ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า “นิยามของคำว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” มันมีอยู่จริงๆครับ ชีวิตผมโดนดูถูกและตำหนิตลอดทั้งผู้ใหญ่ (บางท่าน) และหลายๆคนที่มองว่า “ผมไม่เก่ง ไปได้ไม่ไกล” แต่ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นครับ !!

ผมไม่ได้บอกคุณว่าผมเก่ง แต่ผมแค่กำลังจะบอกคุณว่าผมไม่ยอมแพ้ครับ เพราะผมมีความเชื่อ เชื่อในความพยายามของผม ผมอาจจะต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่นเพราะผมไม่มีพรสวรรค์ครับ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าผม จะไม่สำเร็จนิครับ จริงไหมครับ? สุดท้ายละท้ายสุด ขอบคุณอาจารย์หยิก และอาจารย์ต่ายที่สอนผมมาตลอดครับ ขอบคุณพี่นุชที่ดูแลผมเป็นอย่างดี ขอบคุณพี่ๆ hi-end ที่ไม่เคยทิ้งผมไม่ว่าผมจะอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด (แข่งแพ้ตลอด) หรือเริ่มขึ้นมาสูงเหมือนดังตอนนี้ (เริ่มชนะ) พี่ๆอยู่ข้างๆผมเสมอๆ และผมยังจำคำพูดที่ผมมักจะบอกพี่ๆในยามที่ผมพ่ายแพ้เสมอว่า “ผมจะไม่ทำให้พี่ๆผิดหวังครับ” มันคือสิ่งเดียวที่ผมสามารถตอบแทนพวกเขาได้ คือ “ผมจะตั้งใจ” วันนี้มันคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของผมเท่านั้น ผมจะต้องพยายามไปต่อ และจะทำให้ดีกว่านี้ครับ แล้ววันนึ่งผมจะกับมาใหม่ ผมสัญญา ขอบคุณครับ

“คูมัน” รับเจ็บจี๊ดที่ทำได้แค่บุกเสมอ “ปีศาจแดง”

โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีม เอฟเวอร์ตัน ออกมายอมรับว่าเขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากที่ทำได้แค่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปผลบอลย้อนหลัง 1-1 ในเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อคืนนี้

แมตช์นี้ต้องบอกว่า ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน เกือบจะเป็นผู้คว้าสามแต้มกลับบ้านแล้ว แต่กลับมาเสียจุดโทษและโดน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สังหารเข้าไปในนาทีสุดท้าย
“ก่อนที่เกมจะเริ่มต้น เราหวังว่าแค่มีแต้มออกมาก็โอเคแล้ว แต่พอเป็นแบบนี้ มันทำให้ผมผิดหวังมากที่ไม่ชนะ” คูมัน กล่าว

“เพราะเราทุกคนเล่นกันได้ดี แถมยังทำเกมรุกสวนกลับตามช่องได้สวยๆหลายคั้ง ซึ่งเราเอาอยู่หมด แถมเกมรับก็ยังเหนียวเวอร์อีกด้วย”
“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงได้รู้สึกเจ็บปวด โอเค ยอมรับแหละว่านั่นเป็นจุดโทษที่จริง แต่มันไม่น่ามาเกิดขึ้นเพียงแค่ 1 นาทีก่อนเสียงนกหวีดจบเกมดัง เจ็บจี๊ดถึงใจเลย”

“มูเลนสตีน” อดีตมือขวาเฟอร์กี้ เข้าพบ “บิ๊กอ๊อด” เจรจาคุมช้างศึก

เรเน่ มูเลนสตีน เทรนเนอร์ชาวฮอลแลนด์ เดินทางเข้าพบกับ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

อดีตผู้ช่วยของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สมัยคุมทีม “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงปี 2007-2013 เดินทางมาเพื่อยื่นโปรไฟล์ขอเข้าสมัครคุม “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย อย่างเป็นทางการซึ่งตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยว่างลง หลัง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศยุติการทำหน้าที่เฮดโค้ชทีมชาติไทย ไปเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดย “บิ๊กอ๊อด” และทีมงานได้เปิดโอกาสให้กุนซือชาวกังหัน ได้อธิบายแผนงานที่เตรียมมา พร้อมทั้งรับใบสมัครไว้ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะตอบรับหรือไม่ เพราะยังเปิดโอกาสให้กับกุนซือรายอื่นๆที่สนใจสำหรับ เรเน่ มูเลนสตีน ปัจจุบันอายุ 53 ปี มีประสบการณ์การเป็นผู้ช่วย และกุนซือแบบเต็มตัวมาแล้วในหลายประเทศ โดยผลงานที่โดดเด่นคือการร่วมทำงานกับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สมัยคุมทีม “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนย้ายไปคุม อันจิ มาคัชคาล่า ในตำแหน่งผู้ช่วยและขึ้นคุมเต็มตัว จากนั้นกลับมาคุมทีมฟูแล่ม และ มัคคาบี้ ไฮฟา เป็นทีมล่าสุด

สองตายายเก็บเห็ด ขอตำรวจคุ้มครอง ก่อนวันพิพากษา 2 พ.ค.

ทนายสงกรานต์ พาสองตายายเก็บเห็ดร้อง รอง ผบ.ตร. ขอกำลังคุ้มครองความปลอดภัยก่อนถึงวันพิพากษาฎีกา นายสงกานต์ อัจริยะทรัพย์ ทนายความ พร้อมด้วย นายอุดม และ นางแดง ศิริสอน สองตายายเก็บเห็ดที่ตกเป็นจำเลยคดีร่วมกันบุกรุกแผ้วถางป่า จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อปี 2553 เดินทางเข้าพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรามหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองระหว่างรอคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้ เนื่องจากรู้สึกไม่ปลอดภัย

เพราะเมื่อเดือนมีนาคม 2559 มีข้าราชการหน่วยงานรัฐกว่า 10 นาย นำรถยนต์กระบะขับเข้าไปที่บ้านพัก ลักษณะข่มขู่ จึงหวาดกลัว พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าบุคคลที่บุกรุกป่าสงวนจังหวัดกาฬสินธุ์ เนื้อที่ 72 ไร่ และตัดไม้ต้องห้ามไปกว่า 700 ท่อน ก่อนจะโยนความผิดให้กับสองตายายนั้นเป็นใคร เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่

นายอุดมระบุว่า สิ่งที่ยังกังวลคืออิทธิของเจ้าหน้าที่ กลัวว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ส่วนผลคำพิพากษาไม่ว่าจะออกมาอย่างไร ตนเองก็พร้อมจะยอมรับและไม่คิดจะหนีไปไหน ทั้งนี้เรื่องการเก็บเห็ดนั้นทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ จึงไม่คิดว่าจะมีความผิดด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ ได้รับเรื่องดังกล่าวและสั่งการให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าคุ้มครองความปลอดภัยสองตายายแล้ว รวมถึงสั่งการให้ตรวจสอบหาบุคคลที่บุกรุกป่าด้วย

แทบขาดใจ! หนุ่มเดินขึ้นเขาหาของป่า ช็อกเจอศพพ่อตัวเองที่หายตัวนาน 13 วัน

สุดช็อก! หนุ่มเดินขึ้นเขาลวกหาของป่า ผงะเจอศพนอนอืด กลิ่นเหม็นลอยฟุ้ง เข้าไปดูใกล้ๆแทบช็อกเมื่อพบว่าเป็นศพพ่อตัวเองที่ออกตามหานาน 13 วัน คาดอากาศร้อนจัดจึงเป็นลมหมดสติกะทันหัน ความคืบหน้ากรณี นางสาวนิศาชล อายุ 44 ปี วอนสื่อช่วยติดตามหาบิดาของตนเองคือ นายชาย อายุ 85 ปี อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน ซึ่งมักมีอาการหลงๆลืมๆ ได้หายตัวออกไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่มีผู้ใดพบเห็น ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2560

ล่าสุด นายสำราญ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย ได้ขึ้นไปบนเขาลวกเพื่อไปหาเก็บผัก เก็บของป่ามาประกอบอาหารตามวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น โดยเดินเข้าป่าพร้อม สุนัข จำนวน 10 ตัว ขณะที่เดินหาของป่า ได้ยินเสียงสุนัขเห่าเสียงดัง พร้อมวิ่งไปมา ตนจึงรีบเดินไปดูตามเสียง และได้กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง เมื่อไปถึงจุดที่สุนัขเห่า ก็ถึงกับผงะเมื่อพบว่ามีศพคนนอนเสียชีวิต ไม่สวมรองเท้า ในสภาพนอนหงาย ขึ้นอืด ผิวหนังไหม้เกรียมจากแสงแดด และเริ่มเน่า ส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณ และเมื่อสังเกตก็ต้องตกใจเป็นสองเท่า เพราะผู้เสียชีวิตที่นอนอยู่ตรงหน้า คือนายชาย อายุ 85 ปี พ่อของตนเอง ที่ญาติๆพากันออกตามหารวมเวลากว่า 13 วัน โดยไม่คิดว่าจะได้พบพ่อในสภาพที่กลายเป็นศพอยู่ในป่าบนเขาแบบนี้

จากนั้น นายสำราญ ชูใส จึงได้รีบลงจากเขาไปแจ้งให้ครอบครัวทราบว่าเจอนายชาย ผู้เป็นพ่อแล้ว ซึ่งกลายเป็นศพอยู่ในป่าเขาลวก มีความสูง ประมาณ 500 เมตร โดยจุดที่พบศพอยู่ห่างจากตัวบ้าน 6 กิโลเมตร จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังโป่ง ทราบ ก่อนประสานขอกำลัง กู้ภัยวังโป่งรวมใจ พร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.วังโป่ง เข้าพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ หรือถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน โดยทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้ช่วยกันนำศพลงมาจากเขา ด้วยความยากลำบาก เพราะเป็นพื้นที่ป่าเขาสูงชัน เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงนำศพลงมาได้สำเร็จ ก่อนมอบให้ญาติ นำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

“เนวิลล์ผู้น้อง” เปิดใจอยากให้ “แข้งหงส์” ย้ายมาอยู่ผี

ฟิล เนวิลล์ อดีตฟูลแบ็คของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยด้วยตัวเองแล้วว่า นักเตะของทีมคู่อริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล คนไหนที่เขาอยากให้ย้ายมาเป็นแข้งผีมากที่สุด

โดยคำตอบที่ไม่มีวันเป็นไปได้นี้ เกิดขึ้นมาจากการที่มีคอลูกหนังคนหนึ่งตั้งคำถามถึง เนวิลล์ผู้น้องผ่านทาง ทวิตเตอร์ว่า “อยากดึงผู้เล่นคนไหนของทีม ลิเวอร์พูล มาอยู่ในทีม แมนฯ ยูไนเต็ดมากที่สุด ?”
ซึ่งคำตอบที่ได้รับนั้นต้องบอกว่าเหนือความคาดหมายมาก ๆ เพราะเป็นทาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมเจ้าค้างคาว บาเลนเซีย ได้เลือกเอาไว้

ซึ่งนั่นก็ทำให้มีแฟนผีหลาย ๆ คนเข้ามาแซวกันยกใหญ่ว่า นี่แหละเป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้ทำงานอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป หรือบางคนถึงกับยอมรับว่า ถ้าให้เอา เฮนเดอร์สัน ไปดึงเทพแอนเดอร์สัน กลับมายังจะดีกว่า รวมถึงว่ากันแรง ๆ อย่างเช่น แค่เท้าขวาของ ป็อกบา ข้างเดียวก็ยิ่งใหญ่กว่า เฮนโด้ ตลอดอาชีพนักเตะแล้ว

“หงส์” งานเข้าอาจเสีย “มาเน่” จนจบฤดูกาล

ต้องบอกว่าเป็นข่าวร้ายสุดๆ สำหรับสาวกหงส์แดง เมื่ออาการของ ซาดิโอ มาเน่ ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าจากเกมชนะเอฟเวอร์ตันผลบอลล่าสุด 3-1 นั้นอาจร้ายแรงจนทำให้เขาต้องพักยาวทั้งฤดูกาลเลยทีเดียว

ในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น มีหลายฝ่ายวิจารณ์กันเซ็งแซ่ว่า ลูกทีมของ โรนัลด์ คูมัน นั้นเล่นแรงเกินกว่าเหตุ จนน่าจะโดนใบแดงไปหลายคนซึ่งนั่นก็ส่งผลให้มีลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ หลายคนโดนอัดจนร่วงแล้วร่วงอีกไม่ว่าจะเป็น เดยัน ลอฟเรน, เอมเร่ ชาน, ซาดิโอ มาเน่ โดยเฉพาะรายหลังนั้นถึงกับต้องโดนเปลี่ยนออกไปกลางคันเลยทีเดียว

และล่าสุดผลการสแกนอย่างละเอียดก็พบว่าบริเวณหัวเข่าของดาวเตะทีมชาติเซเนกัล นั้นได้รับความเสียหายค่อนข้างรุนแรง และอาจจะทำให้เขาต้องพักยาวไปจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้นี่ถือเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของทาง เจอร์เกน คล็อปป์ เพราะในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลที่ต้องลุ้นหนักเพื่อแย่งตำแหน่ง Top 4 เขากลับต้องเสียผู้เล่นสำคัญมากไปถึง 2 คน โดยก่อนหน้านี้เป็น อดัม ลัลลาน่า ที่โดนเล่นมาจากเกมทีมชาติจนต้องพักราว 4-8 สัปดาห์โน่นเลย