โจ๋ปาระเบิดใส่สน.ห้วยขวาง สารภาพแค้นแทนเพื่อนถูกจับเมาแล้วขับ

จากกรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่น 3 คน โยนระเบิดริมถนนหน้า สน.ห้วยขวาง แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. โดยลักษณะกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 3 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มาด้วยกัน 1 คัน มาจากถนนประชาสงเคราะห์ เข้ามาภายในซอย 32 ผ่านหน้า สน.ห้วยขวาง จังหวะขับผ่านคนซ้อนท้ายได้โยนวัตถุระเบิดลงริมถนนแล้วเกิดระเบิดขึ้นเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. บริเวณหน้า สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว นายเอกชัย หรือ แก๊ป อายุ 21 ปี (คนโยนระเบิด) นายทศพล หรือ ต้า อายุ 27 ปี คนขับรถ นายณัฐพงษ์ หรือ โจ อายุ 21 ปี คนซ้อน 3 ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1015-1016-1017/2560 ลงวันที่ 25 เมษายน 2560 ข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิด และทำให้เกิดระเบิด ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 26 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลาง เสื้อกางเกงในวันก่อเหตุ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ็กซ์ 125 สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ประทัดขนาดเล็ก (ปิงปอง) จำนวน 20 ลูก

จากการสอบถาม นายเอกชัย ให้การรับสารภาพว่า ทำไปด้วยความคึกคะนอง เนื่องจากนายโจที่เป็นเพื่อนสนิท ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จับกุมข้อหาเมาแล้วขับ ในวันสงกรานต์ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา จนเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ตนดื่มสุราจนมึนเมา แล้วนำวัตถุระเบิดที่ทำขึ้นมา เดินทางไปหานายโจที่คอนโดฯ แต่มีเพื่อนของนายโจอยู่ด้วย จึงชักชวนกันไปก่อเหตุดังกล่าว พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การยอมรับสารภาพตลอดทั้งข้อกล่าวหา โดยมีนายแก๊ปเป็นผู้ประกอบระเบิด และเป็นผู้โยนระเบิด ก่อนนายแก๊ปจะชวนนายโจและนายต้ามาด้วย

ลูกเขยยิงพ่อตาดับ แค้นถูกบอกให้เลิกยุ่งกับลูกสาว

ลูกเขยวัย 31 ปี บุกยิงพ่อตาถึงบ้านจนเสียชีวิต หลังถูกกีดกันไม่ให้คบกับลูกสาว เพราะเห็นว่าฝ่ายชายไม่ทำงานทำการ ทั้งยังยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุมีคนยิงกันจนมีผู้เสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพ นายแปลกเพชรศรี อายุ 60 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงเข้าที่บริเวณท้ายทอย 1 นัด กลางหลัง 4 นัด นอนเสียชีวิตที่โต๊ะม้าหินข้างบ้านหลังเกิดเหตุ

จากการสอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายแปลก นั่งกินกาแฟอยู่ที่โต๊ะม้าหินข้างบ้าน ได้มี นายศุภกิจ ทองดีเพ็ง อายุ 31 ปี ลูกเขย ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อนเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน แล้วเดินเข้าไปยิงใส่ นายแปลก 5 นัด เสียชีวิตทันที

สาเหตุคาดว่านายศุภกิจ จะโกรธแค้นที่ก่อนหน้านี้ นายแปลก ได้ให้ลูกสาวเลิกกับนายศุภกิจ เนื่องจากเห็นว่านายศุภกิจ ไม่ทำงานทำการและยังยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาขยาด ได้เข้าไปตรวจสอบที่บ้านของ นายศุภกิจ ในพื้นที่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ปรากฏว่าไม่พบตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงกระจายกำลังติดตามตัวนายศุภกิจ เพื่อนำตัวมาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

“มูรินโญ่” ยัน “5 แข้งผี” อดเล่นเกมเยือน “แมวดำ”

เวย์น รูนี่ย์ และ แอชลี่ย์ ยัง เป็นสองนักเตะปีศาจแดงที่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม และจะหมดสิทธิ์ลงเล่นในเกมลีกที่ ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ ในศึกพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้ หลังก่อนหน้านี้ ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง และ ฆวน มาต้า เข้าโรงหมอไปแล้ว

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า เวย์น รูนี่ย์ และ แอชลี่ย์ ยัง สองนักเตะตัวเก๋าของทีมจะพลาดลงเล่นในเกมลีกกับ ซันเดอร์แลนด์ วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายนนี้
รูนี่ย์ ไม่มีชื่อในเกมพรีเมียร์ลีก ที่ เร้ด เดวิลส์ เปิดบ้านเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 1-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะมีปัญหาบาดเจ็บ ส่วน ยัง ถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลัง เหตุเพราะได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
มูรินโญ่ เผยในแถลงข่าวก่อนเกมว่า ”รูนี่ย์ ไม่สามารถใช้งานได้ ในขณะที่ ยัง ได้รับบาดเจ็บ และก็ไม่มีข่าวอะไรใหม่เพิ่มเติม ส่วน มาต้า, สมอลลิ่ง และ โจนส์ คุณก็รู้ไปแล้วก่อนหน้านี้”

สำหรับเกมคู่ระหว่าง ซันเดอร์แลนด์ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด จะแข่งขันกันวันอาทิตย์ นี้ เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง beIN Sports 1

“กรีซมันน์” ปรี๊ดแตกใส่นักข่าวคำถามเรื่องย้ายทีม

อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าตัวเก่งของแอตเลติโก มาดริด เผยว่ารู้สึกเบื่อกับการตอบคำถามเกี่ยวกับอนาคตในช่วงซัมเมอร์นี้

ก่อนหน้านี้แข้งวัย 26 ปีมักถูกสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการอำลา ”ตราหมี” หลังจบซีซั่น แต่ล่าสุดเจ้าตัวเริ่มออกอาการเบื่อหน่ายกับคำถามเรื่องนี้

“ผมไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว มันเป็นคำถามเดิมมาตลอด”

“ผมพูดไปหลายครั้งแล้ว ผมสัมภาษณ์เป็นข่าวพาดหัวไปหลายครั้งแล้วว่าผมเห็นตัวเองเล่นอยู่ที่นี่ ผมตอบไปหมดแล้ว ผมจะไม่ตอบซ้ำอีก ผมเบื่อมันแล้ว” กองหน้าเนื้อหอมโอด

“กูร์กตัวส์” พูดถึง “อาซาร์” กรณีเป็นข่าวกับ “ชุดขาว”

ธิโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารมือหนึ่งของเชลซี ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เขาและ เอเดน อาซาร์ ซูเปอร์สตาร์ที่กำลังตกเป็นข่าวอยู่กับ เรอัล มาดริด ว่าไม่มีความคิดจะย้ายไปตามเรื่องลือแน่นอนขณะที่เหลืออีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะจบฤดูกาล 2016-17 ข่าวของทั้ง กูร์กตัวส์ และ อาซาร์ ที่มี ราชันชุดขาว เป็นจุดโยง ก็เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มือกาวทีมชาติเบลเยียม ต้องออกมาพูดอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง

“เอเดน คือหนึ่งในผู้เล่นที่เก่งสุดของโลก ณ เวลานี้” กูร์กตัวส์ กล่าวกับ อีฟนิง สแตนดาร์ด
“เชลซี เองก็มีความทะเยอทะยานที่จะชนะเลิศรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และต่อสู้เพื่อเป็นแชมป์ลีกอยู่ตลอด ซึ่งถ้าทีมไหนต้องการไปให้ถึงจุดนั้น จำเป็นต้องมีนักเตะที่เก่งที่สุดคอยช่วยงาน ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ”

“ฉะนั้นกรณี กับ เรอัล มาดริด มันก็แค่ข่าวลือ ซึ่ง อาซาร์ เองก็นิ่งมาก เพราะเขารู้ว่าตัวเองมีความสำคัญต่อสโมสรมากเพียงใด ผมเองก็เช่นกัน”
“เราทั้งคู่ต่างมีความสุขกับที่นี่ และตอนนี้ผมก็ผ่านเกมที่ 100 ให้ เชลซี แล้ว แน่นอนว่าอยากลงเล่นให้มากกว่านี้อีกเยอะเลย”

“ริโอ” งง “น้ามู” ด่า “ชอว์” ออกสื่อทำไม

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าตนเองไม่เข้าใจเลยจริงๆที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือคนเก่งเลือกออกมาด่า ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายของทีมผ่านสื่อ โดยแนะว่าเรื่องแบบนี้ควรไปคุยกันนอกรอบ

สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มูรินโญ่ ได้สร้างประเด็นร้อนในแคมป์โอลด์ แทรฟฟอร์ดขึ้น หลังจากที่ตำหนิ ลุค ชอว์ ผ่านสื่อมวลชนว่าทั้งการซ้อมและทัศนคติ ยังตามเพื่อนร่วมทีมอยู่หลายขุม ทำให้ไม่ถูกส่งลงสนาม
แม้จะมีข่าวในเวลาต่อมาว่า มูรินโญ่ ได้เรียก ชอว์ มาเคลียร์ใจแล้ว แต่เรื่องนี้ก็ทำเอา เฟอร์ดินานด์ ไม่พอใจอยู่ดี โดยชี้ว่าเรื่องแบบนี้ควรไปคุยกันนอกรอบมากกว่าจะมาฉะลูกทีมผ่านสื่อเช่นนี้

“ผมอยากจะบอกว่า ผู้จัดการทีมนั้น ยามพูดอะไรผ่านสื่อ มันเป็นเรื่องที่เสี่ยงและอันตรายมากเหลือเกิน โดยเฉพาะเวลาที่ทีมไม่ได้รับชัยชนะ คุณยิ่งต้องระมัดระวัง”
“มันเสี่ยงที่จะโดนนักเตะในทีมมองคุณในแง่ลบได้ แต่ผมก็มองโลกในแง่ดีนะว่า บางทีมันอาจจะเป็นจิตวิทยาของเขา ผมสามารถมองเห็นเขาอีกแบบในห้องแต่งตัว บางทีเขาอาจจะพูดบางอย่างกับสื่อ แต่กับนักเตะเขาพูดอีกแบบก็เป็นได้”

“แซมบ้า” แจ่ม! แซง “ฟ้าขาว” ขึ้นเบอร์ 1 โลกในรอบ 6 ปี

“เซเลเซา” ทีมชาติบราซิล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ทำให้แซง อาร์เจนติน่า ขึ้นมารั้งทีมอันดับ 1 ของโลกแล้วเรียบร้อย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ประกาศผลจัดอันดับคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้ง ประจำเดือนเมษายน ปี 2017 ผลปรากฎว่าทัพ “เซเลเซา” ทีมชาติบราซิล แซง อาร์เจนติน่า ขึ้นมารั้งทีมอันดับ 1 ของโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018

ส่วน เนเธอร์แลนด์ ย่ำแย่สุดๆหลังแพ้มา 2 เกม ร่วงมาอยู่ที่อันดับ 32 ขณะที่ ทีมชาติไทย หล่นจากอันดับ 127 มาอยู่ที่ 129 ของโลก และอยู่อันดับ 19 ของเอเชีย

“ลินการ์ด” ต่อสัญญา 4 ปี คาดรับสัปดาห์ละ 1 แสนปอนด์

เจสซี่ ลินการ์ด มิดฟิลด์วัย 24 ปี ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกลงขยายสัญญากับต้นสังกัดแล้วออกไปถึง 4 ปี

Bleacher Report รายงานว่า เจสซี่ ลินการ์ด บรรลุข้อตกลงต่อสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกไปอีก 4 ปี โดยคาดว่าเขาจะได้รับเงินถึง 100,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ (ราว 4.3 ล้านบาท)​​เจสซี่ ลินการ์ด แข้งอังกฤษวัย 24 ปี ย้ายมาร่วมทีมเยาวชน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2000 ก่อนจะขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของสโมสรปี 2011 ในระหว่างนั้นก็ถูกส่งออกไปเก็บประสบการณ์กับสโมสรในประเทศด้วยสัญญายืมตัวอยู่หลายสโมสรด้วยกัน

และเมื่อเดือนที่ผ่านมา เจ้าตัวก็เพิ่งได้รับรางวัลลูกยิงสุดสวยประจำเดือนมีนาคมด้วย จากการโหวตของแฟนๆแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเป็นเกมที่ขุนพล ปีศาจแดง บุกไปเอาชนะมิดเดิ้ลสโบรช์ 3-1 นั่นเอง

รวบแล้ว! “ต้น ห้องน้ำ” ยกพวกยิงถล่ม “วิน จยย.หมอชิต” ดับ 6

เจ้าหน้าที่ตำรวจ แถลงข่าวจับกุม “ต้น ห้องน้ำ” หนึ่งในผู้ต้องหาก่อเหตุยิงถล่มคู่อริ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต เมื่อปี 2557 เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ กองปราบปราม มีการแถลงข่าวจับกุม นายสุรชัย หรือ “ต้น ห้องน้ำ” อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5/2557 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งจับกุมได้ที่ร้านตัดผมแห่งหนึ่ง ใกล้กับหมู่บ้านปูนซีเมนต์ไทย ถ.ประชาชื่น แขวงและเขตจตุจักร กทม.

ทั้งนี้เมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ วันที่ 1 ม.ค. 2557 เกิดเหตุทะเลาะวิวาท ระหว่างกลุ่ม กม.11 กับกลุ่มวิน จยย.รับจ้าง ภายในสถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งทั้งสองกลุ่มเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน รวมทั้งยังมีความขัดแย้งเรื่องการจัดคิวรถตู้โดยสาร ก่อนจะยกพวกใช้อาวุธปืนยิงถล่มเข้าใส่กันอย่างอุกอาจ แบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 คน เหตุเกิดขึ้นภายในบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต หลังเกิดเหตุตำรวจ สน.บางซื่อ สอบสวนจนทราบตัวคนร้ายซึ่งอยู่ในกลุ่ม กม.11 เป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมกับออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน คือ นายสุรชัย อายุ 34 ปี, นายวราวุธ อายุ 35 ปี และ นายอโณทัย อายุ 30 ปี

ต่อมาในปี 2558 สน.บางซื่อ ก็ตามจับกุม นายอโณทัย ไว้ได้ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีคดีไประหว่างขอประกันตัวในชั้นศาล ส่วนนายสุรชัย ผู้ต้องหา สืบทราบว่าหลบหนีคดีมาอาศัยอยู่ที่ย่านงามวงศ์วาน จึงเฝ้าติดตามจับกุมไว้ได้ พร้อมกับขยายผลเข้าตรวจค้นที่พัก แต่ไม่พบอาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมาย คดีนี้จึงเหลือเพียง นายวราวุธ ที่ยังหลบหนี เบื้องต้นจากการสอบสวนนายสุรชัย ให้การว่า ตนนั้นเคยทำงานเฝ้าห้องน้ำอยู่ในสถานีขนส่งหมอชิต ส่วนคดีที่เกิดขึ้นตนให้การปฏิเสธ โดยขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น

รวบลูกกตัญญูหลงผิดค้ายาบ้า ขอก้มกราบบุพการีก่อนถูกจับ

ลูกชายวัย 44 ปี หลงเดินทางผิดค้ายาบ้า อ้างหาเงินเลี้ยงครอบครัว ขอกราบลาบุพการีชดใช้กรรม ก่อนเจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อเวลา 17.00 น. นายนรเสฏฐ์ ศรีตะพัสโส นายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ สาลีวัน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายธวัชชัย อายุ 44 ปี ในข้อหาเสพยาเสพติด และครอบครองเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ของกลางยาบ้า 2 เม็ด

นายนรเสฏฐ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องได้รับการร้องเรียนถึงพฤติกรรมของผู้ต้องหา มีการใช้บ้านพักลักลอบจำหน่ายยาบ้า ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ และเสพยาเสพติด จึงนำกำลังบุกเข้าจับกุมตัว พร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด และอุปกรณ์การเสพ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ค้ายาบ้าจริง เพื่อต้องการนำเงินไปเลี้ยงบุพการีที่ล้มป่วย

เมื่อตรวจสอบภายในบ้าน ต้องถึงกับสลดใจ เมื่อสองผู้เฒ่า ผู้เป็นพ่อวัย 80 ปี และผู้เป็นแม่วัย 77 ปี ได้ป่วยโรคชรานอนติดเตียง ไม่อาจช่วยตัวเองได้ มีเพียงบุตรชายที่ตกเป็นผู้ต้องหา คอยปรนนิบัติเลี้ยงดูในทุกๆ เรื่อง ซึ่งตัวผู้ต้องหาเมื่อรู้ว่าทำผิดต่อบุพการี ได้ก้มลงกราบแทบเท้าขอขมาต่อบุพการี น้ำตาแม่ถึงกับไหลพราก เป็นภาพที่อเนจอนาถใจยิ่งนัก อย่างไรก็ตาม จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.พลูตาหลวง มาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมติดต่อญาติมาให้การดูแลแทนสองผู้เฒ่า เพราะทั้งคู่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ แม้จะกินอาหารหรือปลดทุกข์ก็ตาม