สัตว์ประจำชาติอาเซียน

สัตว์ประจำชาติอาเซียน มีดังนี้
สัตว์ประจำชาติของประเทศไทย คือ ช้าง
สัตว์ประจำชาติของประเทศกัมพูชา คือ กูปรี
สัตว์ประจำชาติของประเทศพม่า คือ เสือโคร่ง
สัตว์ประจำชาติของประเทศลาว คือ ช้าง
สัตว์ประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย คือ มังกรโคโมโด
สัตว์ประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์ คือ ควาย
สัตว์ประจำชาติของประเทศบรูไน คือ เสือโคร่ง
สัตว์ประจำชาติของประเทศสิงคโปร์ คือ สิงโต
สัตว์ประจำชาติของประเทศมาเลเซีย คือ เสือโคร่งมลายู
สัตว์ประจำชาติของประเทศเวียดนาม คือ ควาย

 

เรื่องของยุง

ถ้าสังเกตลักษณะจะมีหลายชนิด จากการศึกษาพบว่ามีเป็นพัน ๆ ชนิดและอาศัยในทั้งที่ราบที่สูง ในบ้านและนอกบ้าน ชอบดูดกินเลือดของคนและสัตว์ ยุงในเมืองโดยส่วนใหญ่รู้จักกัน 4 ชนิด คือ ยุงก้นปล่อง ยุงลาย ยุงดำ และยุงรำคาญ

1. ยุงก้นปล่อง ยุงก้นปล่อง เป็นยุงที่สังเกตได้คือ เวลาเกาะหรือกำลังดูดเลือด ลำตัวจะทำมุมกับพื้นยึดเกาะ 45 องศา ยุงก้นปล่องเป็นยุงนำโรคไข้ป่า หรือโรคไข้มาเลเรีย อาศัยได้หลายที่ เช่น บ้าน ในป่า และภูเขา จึงพบมากในชนบทที่อยู่แถวชายป่า ชอบไข่ในน้ำไหลริน ในแอ่งน้ำสะอาด ยุ่งนี้ชอบกัดคนในเวลาพลบค่ำ ตอนดึก และเช้าตรู่

2. ยุงลาย ยุงลายเป็นยุงมีลำตัวและขาสลับดำ ยุงลายเป็นยุงนำโรคไข้เลือดออก และไข้สมองอักเสบ ชอบกัดคนและสัตว์เลี้ยงในเวลากลางวัน หรือตอนเย็นๆ

3. ยุงดำ ยุงดำเป็นยุงมีสีดำปนน้ำเงินที่ลำตัว ชอบกัดคนตอนหัวค่ำ ตอนดึกและตอนเช้าตรู่ ยุงดำเป็นยุงนำโรคเท้าช้าง ซึ่งเชื้อของโรคนี้มักพบมากในแถวชนบท ทางภาคใต้ของประเทศไทย

4. ยุงรำคาญ ยุงรำคาญหรือยุงธรรมดา ตัวไม่โต ลำตัวมีสีเทา ขาและปีกไม่ลาย ชอบอยู่รอบๆ บ้าน และในบ้าน กัดคนไม่เลือกเวลา ยุงนี้ไม่นำโรค แต่กัดเจ็บคัน ๆ ทำให้รำคาญ

วิธีที่ร่วมกันกำจัดยุง
1.ทำลายแหล่งของยุง โดยถมบริเวณน้ำขัง คว่ำภาชนะที่น้ำขัง โอ่งน้ำ ถังน้ำให้มีฝาปิดมิดชิด เพื่อมิให้ยุงลงไปออกไข่ได้
2.ทำลายตัวอ่อน หากแอ่งน้ำใหญ่เกินขนาดที่จะถม หรือระบายน้ำทิ้งก็อาจจะหาปลาที่กินลูกน้ำ เช่น ปลากัด ปลาหางนกยูง เป็นต้น หรืออาจจะใช้ยาฆ่าลูกน้ำ หรือน้ำมันลาดที่เกิดฝ้าที่ผิวน้ำตัวอ่อน และตัวโม่งจะหายใจไม่ได้ก็จะตาย
3.กำจัดตัวยุง ได้มีผู้พยายามหลายวิถีทางในการกำจัด ที่สะดวกแต่ละบ้านก็คือ พ่นยาฆ่ายุง หรือไล่ยุงตามซอกตามห้องมืดที่ยุงอาศัย ควรพ่นยาในตอนพลบค่ำ ซึ่งเป็นเวลาที่ยุงจะเริ่มออกหากินอีกวิธีก็คือการตีให้ตาย

6 บ่อนคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เซียนพนันต้องรู้จัก

1. Foxwood ฟ๊อกวูด รีสอร์ทและคาสิโน
กล่าวกันว่า ฟ๊อกซ์วูด เป็นบ่อนคาสิโนหลักของทุกๆ บ่อนคาสิโนทั่วโลก โดยมีบริเวณภายในที่กว้างขวางถึง 400,000 ตารางเมตร พื้นที่ขนาดใหญ่ของ ฟ๊อกซ์วูด นั้นประกอบไปด้วย สล็อต แมชชีน 7,000 เครื่อง) และ โต๊โป๊กเกอร์เล่นสดกว่า 300 โต๊ะ ด้วยความกว้างขวางสุดอลังการขนาดนี้ แน่นอนว่าทั้งวันทั้งคืนนักพนันทั้งหลายก็จะดื่มด่ำไปกับบรรยากาศแห่งการลุ้นโชค และความมันส์กันไม่หยุดอย่างแน่นอน

2. Ponte ปอนเต้ คาสิโน
ปอนเต้คาสิโน เป็นอาคารก่อสร้างด้วยอิฐและปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแห่งคาสิโนของเอเชีย อันเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในหมู่นักเดิมพัน คือ เมืองมาเก๊า (Macau) ปอนเต้คาสิโน มีเครื่องเกมส์สล็อตและเกมส์ตู้อื่นๆ ประมาณ 320 เครื่อง และโต๊ะเกมโป๊กเกอร์ 150 โต๊ะ แต่สิ่งที่โดดเด่นของ ปอนเต้คาสิโน ก็คือสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างอันสวยงามที่ได้รับอิทธิพลจากโปรตุเกสนั่นเอง

3. Mohegan Sun โมเฮกัน ซัน คาสิโน
นักเดิมพันทั้งหลายจะไม่มีวันเบื่อเมื่อเล่นคาสิโนใน โมเฮกันซัน คาสิโน (Mohegan Sun) บ่อนคาสิโนนี้มีเกมส์การเดิมพันที่รองรับนักเดิมพันมากถึง 6,000 เกมส์ และโต๊ะเล่นเกมส์ไพ่อีก 300 โต๊ะ ไม่เพียงเท่านั้น คุณยังได้รับเครื่องดื่มฟรีพร้อมดื่มด่ำกับวิวบรรยากาศสุดรื่นรมย์ริมแม่น้ำเทมส์

4. Borgata Hotel Casino and Spa โรงแรม บอร์กาต้า คาสิโนและสปา
ในภาษาอิตาลี ชื่อ “บอร์กาต้า (Borgata)” หมายถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่บ่อนคาสิโน บอร์กาต้า แห่งนี้ คงไม่ได้สื่อถึงความหมายว่า “เล็ก ๆ ”แน่นอน
เพราะ โรงแรมบอร์กาต้า (Borgata) เป็นบ่อนที่มีความกว้างขวางถึง 161,000 ตารางเมตร จุไปด้วยเครื่องเล่นเกมส์ถึง 4,100 เครื่อง และ โต๊ะเกมส์โป๊กเกอร์ ถึง 150 โต๊ะ ไว้ด้วยกันเลยทีเดียว

5. Trump TajMahal Casino Resort ทรัม ทัชมาฮาล รีสอร์ทและคาสิโน
คาสิโนแห่งนี้โดดเด่นอยู่แล้วที่ชื่อของบ่อนเอง เพราะนักท่องเที่ยวก็จะรู้จัก ทัชมาฮาล เป็นอย่างดี ทรัม ทัชมาฮาล ดำเนินการโดยเจ้าสัวอสังหาริมทรัพย์ ชื่อ โดนัลด์ ทรัมพ์ (Donald Trump) คาสิโนนี้มีโต๊ะเกมส์ประมาณ 200 โต๊ะ และเครื่องสล็อต แมชชีน มากกว่า 4,000 เครื่อง แต่ความสนุกไม่เคยหยุดแค่เกมส์ที่นำเสนอ เพราะสถานประกอบการแห่งธุรกิจเดิมพันนี้ยังเป็นศูนย์กลางของคอลเลกชันศิลปะอันล้ำค่า และโคมไฟที่ทำอย่างพิถีพิถันที่มีชื่ออีกด้วย

6. Caesar’s Atlantic City ซีซาร์แอตแลนติกซิตี้
ย้อนยุคไปกับบรรยากาศของจักรวรรดิโรมัน แห่งราชันย์ซีซ่าร์ อันยิ่งใหญ่ ไปกับ ซีซาร์แอตแลนติกซิตี้ แน่นอนว่านี่คือหนึ่งในจักรวรรดิคาสิโนที่ได้มีการสร้างขึ้นแห่งหนึ่งในโลกอย่างอลังการซีซร่าแอตแลนติกซิตี้ มีพื้นที่รวมกว้างขวางถึง 145,100 ตารางฟุต คุณสามารถสนุกกับเกมส์โป๊กเกอร์มากกว่า 163 โต๊ะ และเครื่องเกมส์ อื่นๆ อีก 3,027 เครื่อง

ย้อนบทเรียนคาสิโนต่างชาติถูก กม. ก่อนพล.ต.อ.สมยศหนุนเต็มสูบในไทย

เปิดผลวิจัย สกว. อุตสาหกรรมพนัน สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย มาเลเซีย นำเสนอบทเรียนตั้ง ‘คาสิโน’ ถูก กม.ในประเทศ ก่อน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เดินหน้าหนุนตั้งในไทย หวังนำรายได้พัฒนาชาติ ท่ามกลางเสียงค้านในสังคม

แนวคิดการตั้งบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย ปรากฏอยู่บ่อยครั้งในหน้าประวัติศาสตร์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) ได้ออกมาสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลนำแบบอย่างต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้ภาครัฐไปพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป

ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย( สกว.) และ คณะ ได้ศึกษาวิจัย เรื่อง อุตสาหกรรมการพนัน: ไทย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และมาเลเซีย พ.ศ.2543” โดยนำเสนอบทเรียนการตั้งคาสิโนอย่างถูกกฎหมายภายในประเทศอย่างน่าสนใจ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) หยิบยกความตอนหนึ่งนำเสนอ ดังนี้

‘คาสิโนลาสเวกัส’ สหรัฐฯ ทำรายได้ 1 ใน 3 ของคาสิโนทั่วประเทศ

เมื่อศึกษาต้นแบบอย่างสหรัฐอเมริกา การเล่นพนันโดยถูกกฎหมายในสถานคาสิโนเป็นสิ่งที่ยอมรับกันทั่วไป สถานคาสิโนแห่งแรกเกิดขึ้นในปี 1827 ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ และกระจายตัวไปยังรัฐต่างๆ กล่าวได้ว่า ในทศวรรษ 1990 อุตสาหกรรมการพนันในสหรัฐอเมริกาเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในปี 1994 การพนันในสถานคาสิโน 10 มลรัฐ ก่อให้เกิดรายได้มากกว่าการออกล็อตเตอรี่ใน 37 มลรัฐ และสถานคาสิโน ยังทำรายได้ให้แก่รัฐในรูปแบบภาษีอากรราวปีละ 1.4 พันล้านดอลลาร์ และในปี 1996 มีการใช้จ่ายเงินเพื่อการพนันราว 300 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

ธุรกิจคาสิโนแตกต่างจากล็อตเตอรี่ ขณะที่กำไรส่วนมากจากล็อตเตอรี่ตกเป็นของรัฐ แต่กำไรจากธุรกิจคาสิโนตกเป็นของนักลงทุนเอกชนที่จะนำรายได้ให้รัฐในรูปแบบภาษีอากรแทน สิ่งนี้เองที่ดึงดูดให้แต่ละมลรัฐอนุญาตให้เปิดบ่อนได้อย่างถูกกฎหมาย แต่การคงธุรกิจไว้ยังปรากฏหลักฐานถึงการจ้างนักวิ่งเต้น และติดสินบนนักการเมืองด้วยเช่นกัน

การศึกษาวิจัย ระบุด้วยว่า การพนันสามารถสนองนโยบายของรัฐบาลสหรัฐได้ในหลายประเด็น

1. ภาษีรายได้ (Taxes) รัฐจะได้เงินภาษีจากธุรกิจการพนัน 2 ด้าน คือ ภาษีทางตรง (Direct revenues) ที่เก็บจากธุรกิจการพนันโดยตรง ซึ่งมักจะคำนวณเป็นสัดส่วนจากผลกำไรของผู้ประกอบการอันมีอัตราที่ไม่เท่ากัน มีผู้ตั้งข้อสังเกตตามมาว่า บ่อนคาสิโนดูจะมีความจำเป็นสำหรับรัฐที่มีขนาดเล็กและยากจนเพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐ

ด้านที่สอง ภาษีทางอ้อม (Indirect revenues) อยู่ในรูปแบบภาษีต่างๆของรัฐบาลกลาง มลรัฐ และรัฐท้องถิ่น อาทิ ภาษีรายได้ ภาษีทรัพย์สิน ภาษีต่อหัวคนงาน เป็นต้น

2. โครสร้างพื้นฐาน (Infrastructures) ผลลัพธ์จากการมีบ่อนคาสิโน ทำให้เกิดการนำเงินภาษีไปปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของรัฐ เช่นที่เดดวูด รัฐเซาท์ดาโกต้า ภาษีจากคาสิโนถูกนำไปสร้างถนนสายใหม่ และยังทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวขยายตัว

3.อุตสาหรกรรมการท่องเที่ยว เป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ที่ได้รับผลบวกจากการมีบ่อนคาสิโน เพราะจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างถิ่น บ่อยครั้งที่คาสิโนถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเงินตราของประเทศที่อาจสูญเสียเงินไปการท่องเที่ยวคาสิโนริมชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และนำมาสู่การหมุนเวียนของรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ โดยปกตินักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายเงินมากกว่าคนในท้องถิ่น ส่งผลให้คนในชุมชนได้รับผลประโยชน์ไปด้วยจากการขายสินค้า และบริการอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สมดุลรวมถึงขนาดประชากรที่ใหญ่เพียงพอ

4.การจ้างงาน เมื่อสถานคาสิโนมีส่วนให้การท่องเที่ยวขยายตัวเพิ่มขึ้น ความต้องการแรงงานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งการจ้างงานในคาสิโนแต่ละแห่ง รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่มีการตอบสนองสถานคาสิโนเช่นกัน

สิ่งนี้จะเหมาะสมหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากมุมมองด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ขึ้นอยู่กับต้นทุนของสังคมที่เกิดจากการพนันที่ผิดกฎหมาย และการพนันผิดกฎหมายนั้น มีอิทธิพลต่อการคอร์รัปชันอย่างสำคัญหรือไม่ เพราะ ผลลบของการคอร์รัปชันอาจมากกว่าผลเสียของการเล่นการพนันเสียอีก

รอดตัว! “ยูฟ่า” ไม่ลงโทษย้อนหลัง “ซลาตัน” จังหวะบีบคอ “เคียร์”

เดลี่ เมล์ สื่อดังแดนผู้ดี เผย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงตัวเก่งของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะไม่โดนลงโทษจาก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) จากจังหวะที่ไปบีบคอ ซิมง เคียร์ กองหลัง เฟเนร์บาห์เช่

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงปลายครึ่งแรกในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ ที่ต้นสังกัดของเขาแพ้ 1-2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เมื่อ ซิมง เคียร์ สกัดบอลออกก่อนที่พยายามจะเดินเข้าไปจับมือ แต่ ซลาตัน พยายามจะไปเก็บบอลมาเล่นเร็ว ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน และดาวยิงชาวสวีเดนได้บีบคอเพื่อนร่วมอาชีพ

อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายเชื่อว่า ดาวยิงชาวสวีดิชวัย 35 ปี น่าจะต้องถูกลงโทษแบนย้อนหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ล่าสุดสื่อดังแดนผู้ดีเผยเจ้าตัวจะไม่โดนโทษใดๆ เนื่องจากในจังหวะดังกล่าว ผู้ตัดสินที่ 4 ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย และตัวของกรรมการรายนั้นก็ไม่ได้มีการแจ้งรายงานไปยังผู้ตัดสินผู้ชี้ขาดเกมในวันนั้น ทำให้ไม่มีการบทลงโทษใดๆกับ ดาวยิงชาวสวีดิช

ด้าน ซิมง เคียร์ คู่กรณีให้สัมภาษณ์กับสื่อช่อง 9 ของประเทศสวีเดนว่า “ผมไม่ได้ยินว่า อิบรา พูดอะไร แต่รับรู้ได้ว่าเจ้าตัวไม่ค่อยพอใจ ผมเพียงทำหน้าที่ของผม นั่นคือการทำให้คู่แข่งมีพื้นที่เล่นน้อย และผมเข้าใจดีกับสิ่งที่เจ้าตัวทำลงไป ผมไม่มีปัญหากับมัน เพราะเข้าใจว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเกม” ปราการหลังทีมชาติเดนมาร์ก กล่าว

ค้านสายตา! “บัวขาว” เดินไล่ถลุงฝ่ายเดียว ครบยก “อี้หลง” ชนะเฉย

ศึกล้างตาระหว่าง “ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ กับ อี้หลง นักกังฟูเส้าหลินจากจีน เมื่อวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่เมืองนานจิง ประเทศจีน

ยกแรก นักชกขวัญใจชาวไทย เปิดเกมบุกเข้าใส่ทันที เดินหน้าดักเตะและแทงเข่าได้สวยๆหลายครั้ง ขณะที่ อี้หลง เน้นออกหมัด แต่ก็ยังไม่เข้าเป้า

ยกสอง บัวขาว ยังเป็นฝ่ายเดินเข้าใส่เหมือนเดิม โดยมีลูกถีบ และเตะซ้ายเข้าที่ลำตัวหนักๆหลายครั้ง ปลายยก อี้หลง เดินรัวหมดใส่เป็นชุดแต่ก็ทำอะไร บัวขาว ไม่ได้มาก

ยกสุดท้าย บัวขาว เน้นรัดกุมไม่ผลีผลาม รอจังหวะดักเตะซ้ายเข้าหน้า อี้หลง จังๆได้ถึงสองครั้ง ด้าน อี้หลง ยังคงออกอาวุธแบบสะเปะสะปะ

ครบสามยก ผู้ตัดสินชูมือให้ อี้หลง เป็นฝ่ายชนะคะแนนแบบหน้าตาเฉย

ไวรัสซิกา ภัยเงียบจากยุงลาย

ไวรัสซิกา หรือ ไข้ซิกา เป็นอีกหนึ่งโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ แม้จะยังไร้วัคซีนป้องกัน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายได้เองภายใน 7 วัน ที่ต้องระวังคือเด็กทารกที่หากติดเชื้อแล้วอาจทำให้มีศีรษะเล็กกว่าปกติ

ถ้าว่ากันถึงภัยจากยุงลายที่เรารู้จักกันดีอย่างไข้เลือดออกแล้ว ยังมีอีกโรคหนึ่งชื่อ “ไวรัสซิกา” ที่เราควรรู้จักไว้ เพราะในช่วงปี 2558 โรคนี้ได้ระบาดหนักในแถบลาตินอเมริกา โดยเฉพาะประเทศบราซิลที่การระบาดรุนแรงจนต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และสถานการณ์ยังรุนแรงไม่หยุด ทำให้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ขณะที่ประเทศไทยก็พบผู้ติดเชื้อในหลายจังหวัด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ดังนั้นได้เวลาแล้วที่เราควรจะทำความรู้จักกับเจ้าเชื้อไวรัสซิกากันแบบจริงจัง แม้จะยังไม่ใช่เรื่องใกล้ตัว แต่ก็ไม่ควรละเลยด้วยประการทั้งปวงค่ะ
ไวรัสซิกา คืออะไร ?

ไวรัสซิกา หรือไข้ซิกา เป็นเชื้อไวรัสในตระกูลเฟลวิไวรัส (flavivirus) มีลักษณะคล้ายคลึงกับ ไวรัสไข้เหลือง ไวรัสเดงกี ซึ่งเป็นสาเหตุของไข้เลือดออก รวมทั้งไวรัสเวสต์ไนล์ที่เป็นสาเหตุของไข้สมองอักเสบ และเชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบเจอีซึ่งทั้งหมดล้วนมียุงลายเป็นพาหะ เชื้อไวรัสซิกาถูกค้นพบครั้งแรกจากในน้ำเหลืองของลิงวอก ที่ถูกนำมายังป่าซิกาในประเทศยูกันดา เพื่อศึกษาไข้เหลือง เมื่อปี พ.ศ. 2490 และพบในคนเมื่อปี พ.ศ. 2511 ในประเทศไนจีเรีย เชื่อไวรัสซิกาพบได้ในประเทศแถบทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกา ทวีปเอเชียใต้ และหมู่เกาะในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก
ไวรัสซิกา ติดต่อได้อย่างไร

ไวรัสซิกาเป็นเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะ ดังนั้นการติดต่อจึงมาจากการถูกยุงที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้ยังอาจติดต่อได้ทางเลือด หรือแพร่จากมารดาที่ป่วยสู่ทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตามในตอนแรกยังไม่มีรายงานว่าพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คน กระทั่งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจากประเทศที่ไวรัสชนิดนี้ระบาด นั่นแสดงว่าโรคนี้สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์

ไวรัสซิกา อาการเป็นอย่างไร

องค์การอนามัยโลกระบุว่า มีผู้ติดเชื้อราว 1 ใน 4 ที่จะแสดงอาการออกมาให้เห็นหลังได้รับเชื้อ ซึ่งจะปรากฏอาการคล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้เลือดออก ได้แก่ มีผื่นแดงขึ้นตามตัว ไข้ขึ้นสูง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว และปวดหัว แต่อาการเหล่านี้สามารถทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ไม่รุนแรงเท่าโรคไข้เลือดออก

แต่ถ้าหากปล่อยไว้ อาการอาจจะรุนแรงจนถึงขั้นทำให้ระบบการทำงานของสมองผิดปกติได้ ทั้งนี้หากเป็นผู้ป่วยหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เชื้อไวรัสดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติกับทารกในครรภ์ ซึ่งจะทำให้ทารกมีความผิดปกติที่ศีรษะ โดยจะมีกะโหลกศีรษะและสมองที่เล็กกว่าปกติ
ไวรัสซิกา รักษาอย่างไร

แม้จะเป็นโรคที่ไม่รุนแรง แต่โรคไวรัสซิกา ก็ยังเป็นโรคที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน หรือวิธีการรักษาที่แน่ชัด ทำได้แค่เพียงรักษาตามอาการเช่นเดียวกับโรคไวรัสอื่น ๆ ที่มียุงลายเป็นพาหะ ดังนั้นผู้ป่วยควรพักผ่อนมาก ๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานยาตามแพทย์สั่ง นอกจากนี้ก็ยังควรระมัดระวังไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อีกด้วย

ไวรัสซิกา ป้องกันได้อย่างไร

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดของโรคไวรัสซิกา หรือไข้ซิกาก็คือพยายามอย่าให้ยุงกัด อีกทั้งยังควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายให้สิ้นซาก เพื่อเป็นการตัดวงจรการขยายพันธุ์และป้องกันโรคที่อาจมากับยุงลายนอกเหนือไวรัสซิกาได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคไข้เหลือง โรคไข้เวสต์ไนล์ และโรคชิคุนกุนยา นอกจากนี้ถ้าอยากทราบวิธีป้องกันไม่ให้ยุงกัดด้วยวิธีธรรมชาติละก็ลองตามไปอ่านที่นี่ได้เลย 12 วิธีป้องกันยุงกัดส่งตรงจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี

คิดให้ดี ผักดิบ 9 ชนิดนี้ กินมากไปอาจได้โทษ

ผักที่ห้ามกินดิบ จริง ๆ แล้วอาจไม่ถึงกับเป็นผักต้องห้าม ทว่าควรบริโภคแต่น้อยเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพจะดีกว่า

จริงอยู่ว่าผักผลไม้มีประโยชน์กับร่างกาย ทว่าสิ่งที่ต้องรู้เพิ่มไปอีกอย่างก็คือผักบางชนิดไม่ควรจะกินดิบ ๆ ในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากอาจก่อโทษมากกว่าประโยชน์ได้ อย่างผัก 9 ชนิดดังต่อไปนี้ที่หากกินดิบบ่อย ๆ อาจเป็นการสะสมสารอันตรายต่อร่างกายโดยที่ไม่รู้ตัว

1. กะหล่ำปลี
2. ดอกกะหล่ำ
3. บรอกโคลี
4. ถั่วฝักยาว
5. ถั่วงอก
6. หน่อไม้
7. มันสำปะหลัง
8. ผักโขม
9. เห็ด

อย่างไรก็ดี ขอย้ำกันอีกทีว่าผักเหล่านี้ไม่ใช่ผักต้องห้าม แต่ควรจำกัดปริมาณการบริโภคผักดิบไม่ให้กินเยอะครั้งละเป็นกิโลกรัม หรือรับประทานต่อเนื่องกันทุกวัน ๆ จนเกิดการสะสมของสารที่เป็นโทษต่างหากนะคะ

ทหารบุกจับบ่อนคาสิโนกลางเมืองขอนแก่น

จากกรณีกำลังทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 หรือ (กกล.รส.จว.ขอนแก่น) บุกเข้าตรวจค้นอาคารพานิชย์ 2 ชั้น เลขที่ 25 / 210 ถนนมะลิวัลย์ ตำบลหนองเรือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่เปิดเป็นบ่อนไพ่วน หรือสเตอร์ ขนาดใหญ่ จับกุมนักพนันได้ 37 คน พร้อมเงินของกลางจำนวน 310,000 บาท และตรวจยึดรถยนต์จำนวน 20 คันเพื่อตรวจสอบ

ล่าสุด ได้มีนักพนัน (ขอสงวนชื่อ) ที่จำนำรถไว้ที่บ่อนคาสิโนดังกล่าว เมื่อทราบข่าวว่าบ่อนถูกเจ้าหน้าที่บุกจับ จึงต้องการรถคืน แต่เมื่อติดต่อสอบถามไปที่ สภ.หนองเรือ ปรากฎว่าตำรวจอ้างว่า ไม่มีเหตุจับบ่อนการพนัน รวมทั้งไม่มีการนำส่งของกลาง ทั้งเงินสดรวมทั้งรถยนต์มาลงบันทึกประจำวัน

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.หนองเรือ เจ้าของพื้นที่ ได้ทำหนังสือถึง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ชี้แจงว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์และสื่อโทรทัศน์ว่า มีการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน ตามเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น สภ.หนองเรือได้ตรวจสอบแล้ว ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมบ่อนการพนันตามที่เป็นข่าว และได้ตรวจสอบข้อมูลที่อาคารพานิชย์ดังกล่าวแล้ว ไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า “เหตุการณ์ที่เป็นข่าว ตำรวจไม่ได้ร่วมสนธิกำลังเข้าทำการจับกุมนักพนันที่อาคารพาณิชย์ดังกล่าวกับทหาร เนื่องจากไม่ได้รับการประสานมา ส่วนที่มีภาพตำรวจอยู่ในเหตุการณ์นั้น ได้เรียกตัวมาสอบถามทราบว่า เป็นสายตรวจที่จะขับขี่รถไปตรวจเส้นนั้น เนื่องจากมีการแจ้งว่ามีบ่อนละแวกนั้น และพบว่ามีทหารเดินเข้า-ออก จำนวนหนึ่ง เมื่อทหารเห็นตำรวจ ก็บอกว่ากำลังถอนกำลังขึ้นรถตู้กลับไป ไม่มีการนำส่งของกลางไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือนักพนันรวมทั้งรถยนต์ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือแต่อย่างใด

ด้าน พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดที่เข้าจับนักพนัน กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ประสานกับ ผกก.สภ.หนองเรือ ซึ่งได้แจ้งว่าจะส่ง ร.ต.ท.สัมฤทธิ์ บรรเทา มาดำเนินการ ต่อมามีตำรวจแต่งเครื่องแบบเต็มยศมาพร้อมลูกน้อง จึงส่งมอบนักพนันและเงินสดของกลาง 3.1 แสนบาท จากนั้นทหารและสื่อมวลชนก็ถอนตัวกลับไป แต่กลายเป็นว่าไม่มีคดี ปัญหาคือแล้วเงินของกลางหายไปไหน

“ทุกอย่างเราทำตามขั้นตอน กำลังทหารและสื่อมวลชนไปเต็มรถตู้ ภาพถ่ายคลิปการจับกุมก็มีละเอียดทุกขั้นตอน หลักฐานชัดเจน ตอน ผกก.โทรมา นักข่าวหลายสำนักก็ได้ฟัง ตอนส่งของกลางเงินสามแสน ผู้สื่อข่าวก็เป็นพยานได้ แล้วจู่ๆ กลายเป็นว่าผู้ต้องหาและเงินล่องหน ” พ.ท.พิทักษ์พล กล่าว
ต่อมา นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งการให้ นายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ นายอำเภอหนองเรือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.ย.นายวรทัศน์ ได้มีหนังสือรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรหนองเรือว่า ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันตามที่เป็นข่าว และยังไม่ได้รับผู้ต้องหาพร้อมของกลางแต่อย่างใด

ฟัง หม่อมอุ๋ย พูดตรงๆเรื่องบ่อนคาสิโนในไทย!!

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กรณีข้อเสนอเปิดบ่อนคาสิโนในประเทศไทยว่า เวลาดูเรื่องคาสิโน ถ้าคิดเป็นสูตรเศรษฐกิจก็เชียร์ทุกคน แต่เวลาตนดูเรื่องคาสิโนตนจะไม่คิดอย่างนักเศรษฐศาสตร์ แต่จะดูในแง่ของสังคม มีคาสิโนที่ไหนในโลกที่ขาดทุนหรือไม่ มีแต่กำไรและกำไรเยอะด้วย

“กำไรของคาสิโนคือการขาดทุนของผู้เล่นใช่ไหม ผู้เล่นที่รวยก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา แต่ผู้เล่นที่จนเวลาไปเล่นแล้วมันกลายเป็นอะไร มันกลายเป็นหนี้ใช่ไหม ฉะนั้นมันชัดเจนว่า ถ้ามีคาสิโนก็จะมีคนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น คนบางคนรวยแล้วก็เป็นหนี้ถึงหมดตัว ลูกเมียก็ลำบาก เป็นปัญหาสังคม คนเป็นหนี้ถ้าเป็นโจรยิ่งน่าสงสารใหญ่”

“ผมคิดของผมแค่นี้ ไม่ได้คิดแบบนักเศรษฐศาสตร์ ผมคิดถึงว่าถ้ามีคนสนุกสัก 80 คน สนุกแล้วขาดทุนบ้างกำไรบ้าง แต่อีกคนที่ขาดทุนแล้วเสียหาย ลูกเมียลำบาก ชีวิตลำบากเป็นหนี้เป็นสิน มันไม่คุ้มหรอก เหมือนจะได้ผลทางเศรษฐกิจแต่คนเป็นหนี้ ดังนั้นเวลาผมคิด ผมคิดอย่างนี้ ผมไม่ได้คิดสูตรเศรษฐกิจ คิดแบบสูตรเศรษฐกิจที่ไหนมันก็เป็นสูตรเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้คิดว่าใครได้ใครเสียในเศรษฐกิจ”

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวอีกว่า ถ้ามีคาสิโนปัญหาสังคมจะตามมาอีกเยอะ คนสนุก 80 คน บ่อนกำไร เศรษฐกิจดูเฟื่องฟู แต่บนความทุกข์ของคนอีก 20 คนที่ตกงาน ลูกเมียถูกฟ้องเป็นหนี้ ถามว่ามันคุ้มไหมฝากถามไปที่นักเศรษฐศาสตร์ด้วย

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าจะนำรายได้จากคาสิโน 4-5 แสนล้านบาท มาชดเชยส่วนที่ขาดทุนของรัฐนั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า คุณคิดอย่างผมสิ ถ้าเอาเงินจากคาสิโนมาได้ เงินคาสิโนนั้นมาจากใคร มาจากผู้เล่น แล้วผู้เล่นคนนั้นขาดทุน ตกงาน ลูกเมียเป็นหนี้ ถามว่ามันคุ้มไหม คุ้มไหมที่จะแก้ปัญหาประเทศชาติ โดยให้ประชาชนที่ยากจนเป็นหนี้และขาดทุน มันถึงเวลาที่พูดกันตรงๆแบบนี้ เราก็หวังว่าสื่อจะถ่ายทอดให้ครบนะ ถ้าเขียนให้ครบ บางคนจะได้เข้าใจเสียที

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากมีแต่คนรวยไปเล่นคาสิโน รองนายกฯ กล่าวว่า ป้องกันได้หรือเมืองไทยและ คนรวยไปเล่นอย่างเดียวหรือเปล่า แต่คนรวยบางคนก็จนได้ ในที่สุดก็จะเป็นหนี้หมด ประเทศจะเก็บภาษีมาแก้ปัญหาอะไรก็ตาม แต่ภาษีนั้นมาจากอะไร มาจากคนจนที่ในที่สุดก็สร้างปัญหาสังคมเป็นหนี้

ส่วนกรณีกลุ่มบริษัท มาริน่า เบย์ แซนด์ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนเจ้าของเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ และคาสิโน ที่ได้เข้าพบกับรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมานั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ได้มาพบหลายเดือนมาแล้ว “เขามาของเขาเอง เขามาพบที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล แต่ตนไล่กลับไปแล้ว และบอกว่าถ้ายูจะมาโดยไม่ตั้งบ่อนไอจะเปิดให้ยู เขาบอกว่ามันต้องตั้งบ่อนด้วย เราก็เห็นลายแต่แรก ซึ่งตนบอกว่ายินดีต้อนรับถ้าไม่มีบ่อน เขาก็เลยกลับไป”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า จะจัดการปัญหาบ่อนใต้ดินที่มีอยู่ทุกที่ได้อย่างไร ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า “ก็นั่นนะสิ ก็ควรต้องปราบปราม ทำไมไม่ปราบ”

ผู้สื่อข่าวกล่าวกระเซ้าเย้าแหย่กลับไปว่า พูดแบบนี้ดูหล่อขึ้นเยอะเลย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า ไม่ได้พูดเอาหล่อ แต่ตนค้านเรื่องนี้มา10-20ปีแล้ว เพราะถ้าเปิดบ่อนโสเภณีก็มีมากขึ้นด้วยก็จะแย่ลงไปหมด