มีจริงหรือ? “ยาป้าย” อาวุธร้ายของมิจฉาชีพ

หลายคนน่าจะเคยได้ยินข่าวจากในโลกออนไลน์ว่า หญิงสาวหรือเด็กถูกป้ายยาจากโจร คนขับแท็กซี่ หรือแก๊งลักเด็ก แก๊งลักทรัพย์ตามสถานที่ต่างๆ

โดยวิธีการคือเอายาที่เหมือนครีมๆ มาป้ายที่ผิวหนังส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย จากนั้นผ่านไปไม่กี่นาที เราก็จะสลบไม่ได้สติ และก็จะถูกข่มขืน ทำร้าย ลักทรัพย์ หรือจับตัวไป

จริงๆ แล้ว “ยาป้าย” ที่ว่ามีจริงหรือ? ลักษณะเป็นอย่างไร โจรไปหามาจากไหน เฟซบุ๊คแฟนเพจ Drama-Addict ได้ให้คำตอบเอาไว้ว่า ยาป้ายไม่มีอยู่จริง ยืนยันโดยวิสัญญีแพทย์ (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ยาสลบเพื่อการรักษาผู้ป่วย) ถึงแม้ยาสลบที่ใช้ทาภายนอกจะมีอยู่จริง แต่ไม่สามารถออกฤทธิ์ชนิดที่ป้ายปุ๊บ สลบปั๊บ เหมือนฤทธิ์ของยาป้ายที่เราได้ยินกัน เพราะค่อนข้างใช้เวลานานมากกว่าตัวยาจะดูดซึมมากพอจนออกฤทธิ์

คำถามคือ แล้วที่คนอื่นโดนยาสลบจากมิจฉาชีพกัน มันมีจริงไหม แล้วเป็นยาอะไร?

คำตอบคือ อาจเป็นยาสลบชนิดทาน ที่โจรอาจผสมลงไปในอาหารให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทาน โดยเฉพาะผู้หญิง และเด็ก ดังนั้นควรสอนเด็ก และคุณผู้หญิงควรย้ำกับตัวเอง ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า และอย่ารับอาหาร หรือเครื่องดื่มใดๆ จากคนแปลกหน้ามาทานโดยเด็ดขาดค่ะ

เทคนิคลดความอ้วนฉบับ แจ็ค แฟนฉัน จาก 130 กก. สู่ 80 กก.

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่เป็นไอดอลของหลายคน สำหรับ แจ็ค เฉลิมพล หรือ แจ๊ค แฟนฉัน เพราะหนุ่มคนนี้สมัยก่อนเขามีน้ำหนักตัวมาก แต่จู่ๆ เขาก็พลิกกลับมาดูแลตัวเอง จนตอนนี้ร่างกายเปลี่ยนไปเยอะมากหุ่นเฟิร์มขึ้นสุขภาพดีขึ้นตามลำดับ

ทั้งนี้หนุ่มแจ็ค ได้พูดถึงเรื่องการลดน้ำหนักของตัวเองในรายการคืนสอยดาวว่า สมัยก่อนที่เขาไม่คิดจะลดความอ้วน เพราะคิดว่าการเป็นแบบนี้ คือ เป็นตัวเรา ทำให้คนอื่นมีความสุขกับความอ้วน ความจ้ำม่ำ ของเรา

แต่พอได้ทำงานกับวู้ดดี้ ด้วยความที่วู้ดดี้ใส่ใจสุขภาพ ทำให้ตัวเองซึมซับ และเริ่มต้นดูแลตัวเองมากขึ้น โดยหมั่นออกกำลังกาย พร้อมตั้งเป้าจะมีซิกแพคให้ได้ ส่วนหนึ่งเขาบอกว่าเพราะอยากเอาชนะใจตัวเอง อยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แต่อีกส่วนก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อ้วนและอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะหากตัวเขาทำได้คนอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน

สำหรับแจ็ค แฟนฉัน สมัยก่อนเขามีน้ำหนักราว 130 กก. แต่หลังจากค่อยดูแลตัวเองทั้งการออกกำลังกาย และดูแลเรื่องอาหารการกิน ทำให้ตอนนี้น้ำหนักลงมาอยู่ที่ 80 กก. โดยหลังจากนี้หนุ่มคนนี้ก็ยังคงดูแลตัวเองต่อไปโดยออกกำลังกาย และเล่นเวทเทรนนิ่งไปด้วย

เมื่อถามถึงแรงผลัดดันที่ทำให้อยากเปลี่ยนตัวเอง หนุ่มคนนี้บอกว่ามาจากตัวเองอยากให้ตัวเองสุขภาพแข็งแรงขึ้น เพราะตอนนั้นตัวเองไม่แข็งแรง ป่วยบ่อยมีความเสี่ยงเป็นทั้ง ความดัน เบาหวาน พอชนะตัวเองได้ ก็ตั้งเป้าไปเรื่อยๆ โดยหวังมีซิกแพคให้ได้

ด้านเคล็ดลับการกินและการออกกำลังกาย หนุ่มแจ็คเผยว่า ตอนนี้ตัวเองไม่ได้เข้มงวดมากนัก ไม่อยากให้เครียดจนเกินไป โดยเขาจะเลือกกินอาหารในปริมาณที่เหมาะสม อยากกินอะไรก็กินแต่แค่ไม่ตามใจปากมากไปเท่านั้น ส่วนการออกกำลังกายก็ไม่ได้ตื่นตี 5 ไปวิ่งแบบแต่ก่อน แต่ยังคงหาเวลาออกกำลังอยู่เสมอเช่นเคย

สุดท้ายหนุ่มแจ็คไม่ลืมบอกกับทุกคนที่อยากลดน้ำหนักว่า “ อย่ารอให้หมอมาบอกว่าจะตายแล้วค่อยลด เชื่อว่าทุกคนสามารถทำได้”

ไม่อยากตาเป็นหมีแพนด้า อย่านอนดึก!

การนอนดึก ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดูจะปกติไปแล้ว สำหรับน้องๆ กว่าจะเข้านอนจริงๆ ก็เกือบเที่ยงคืนบ้าง หรืออาจจะมากกว่านั้นเพราะกลับจากโรงเรียน ทำโน้น นั่นนี่ เผลอแปปเดียวก็สี่ห้าทุ่มไปแล้ว

แต่มีใครรู้บ้างว่าการนอนดึกนั้น มีผลต่อร่างกายเราเป็นอย่างมาก เคยได้ยินมั้ย!!ยิ่งนอนดึก สมองไม่แล่น สมองตื้อคิดไรไม่ออก ตามความเป็นจริงน้องๆ ควรต้องนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง แต่พี่ๆ เข้าใจเพราะพี่ๆ ก็ผ่านช่วงนั้นกันมาแล้ว วันนี้พี่ๆ Sanook! Campus จะมาช่วยให้น้องๆ เลิกเป็นคนติดนอนดึก เรามาดูวิธีกันเลยครับ

ออกกำลังกายเยอะๆ เลิกเรียนเราก็หาเวลาไปว่ายน้ำ หรือเล่นบาส ที่ใช้พลังงานค่อนข้างมากหน่อย เมื่อร่างกายเราใช้พลังงานไปเต็มที่แล้ว พอถึงเวลาเข้านอนพี่เชื่อเลยว่าทำให้หลับง่ายขึ้นเพราะเราใช้พลังงานไปกับการออกกำลังกายไปแล้วนั้นเอง ตื่นมาจะได้สดชื่นพร้อมลุยในวันใหม่

อย่าติดโทรทัศน์หรือมือถือ ข้อนี้อาจจะยากไปหน่อยสำหรับคนที่ชอบอัพเดทข่าวสารหรือโซเชียลทั้งในมือถือ หรือโทรทัศน์ เราก็ควรกำหนดชั่วโมงในการดูให้น้อยลง แล้วฝึกบังคับให้ตัวเองนอนไม่ดึกยังไงก็ต้องลองทำดูนะ สู้ๆ^^

หาเครื่องดื่มอุ่นๆ ดื่มก่อนนอน ยิ่งถ้าเป็นนมอุ่นๆ สักแก้วก่อนนอนเป็นอะไรที่ดีมาก จะได้ช่วยผ่อนคลายแล้วทำให้นอนหลับสบายด้วย

หนังสือสักเล่มก่อนนอน อาจจะทบทวนบทเรียนที่จะต้องเรียนในวันรุ่งขึ้น หรือจะอ่านหนังสือทั่วๆ ไปก็ได้การอ่านหนังสือก็เป็นอีกตัวช่วยนึงที่ทำให้เราอยากนอนเร็ว

จัดห้องนอนให้น่านอนกว่าเดิม อาจจะทำให้ไฟในห้องสลัวๆ หน่อย หรือปรับอุณหภูมิให้เย็นขึ้นอีกนิด รับรองหัวถึงหมอนก็หลับปุ๋ยแน่นอน

ขอบคุณรูปภาพจาก istockphoto
ที่มา : Sanook.com

เชียร์ ฑิฆัมพร โดนโกงอีกแล้ว สูญเงินกว่า 6 หลัก

ถึงกับเพลียไปตามๆ กัน สำหรับนักแสดงสาว เชียร์ ฑิฆัมพร ที่ก่อนหน้านี้ธุรกิจชาเม่ถูกตัวแทนขายโกงเงินไปกว่า 10 ล้านบาท

ซึ่งคดียังคงยืดเยื้อไม่จบลงง่ายๆ เพราะค่อนข้างซับซ้อนและมีหลายส่วนที่ต้องพิจารณา ทำใจอาจไม่ได้เงินคืน เท่านั้นยังไม่พอคดีใหม่เพิ่มมาอีก โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดนโกงอีกระลอกสูญเงินไปอีกเป็นหลักแสน บอกถือเป็นบทเรียนไม่ท้อใครทำอะไรย่อมได้ผลตามนั้น

“ก็ตอนนี้อัพเดตนะคะก็จริงๆ มีนัดหมายในการไปขึ้นศาลแล้วก็มีความดีใจนิดนึงคะที่คดีมีความคืบหน้าแล้ว แต่ต้องบอกว่าคดีที่เกิดขึ้นมันมีหลายส่วนด้วยกัน ซึ่งจริงๆ แล้วในส่วนที่คือ คดีใหญ่ๆ มันมีหนึ่งคดีใช่มั้ยคะแต่มันยิบย่อยที่มีผู้ส่วนเกี่ยวข้องที่ต้องมีการนัดขึ้นศาลในการไกล่เกลี่ยในการเจรจาซึ่งก็ได้มีการนัดขึ้นศาลมาแล้ว แต่ว่าในกรณีที่เป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดที่ตอนนั้นเราเข้าไปแจ้งความก็มูลค่าที่เยอะที่สุดตอนนี้ต้องยอมรับว่ากำลังติดตามก็ต้องฝากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยค่ะเพราะว่าคือระยะเวลาจริงๆ มันค่อนข้างจะนานเป็นปีแล้วแต่ว่าคดีอื่นๆ คดีเช็คคดีเล็กๆ ที่มูลค่าความเสียหายมันเล็กลงมาหน่อยอันนี้ที่เราจะไปขึ้นก่อน”

“คือถ้าใครที่เคยเห็นเรื่องคดีความนะคะคือมันมีกรณีว่าอดีตเซลล์ที่ทำงานกับทางชาเม่น่ะค่ะ คือเหมือนได้มีการช่อโกงในส่วนของเงินที่เก็บได้แล้วแต่ว่าไม่นำส่งเข้าบริษัท ซึ่งสืบไปสืบมามันมีผู้ที่เกี่ยวข้อง 3-4 รายด้วยกันที่เป็นกรณีเกี่ยวกับเรื่องการเซ็นเช็คเด้งหรือเป็นกรณีที่คล้ายๆ กันมูลค่าน้อยกว่าเป็นอดีตเซลล์อีกคนหนึ่ง ซึ่งถ้าจำแนก ณ ตอนนี้สำนวนคดีความจริงๆ มีทั้งหมด 4 ซึ่งตอนนี้ในส่วนที่นัดขึ้นศาลมีแล้ว 3 แต่ว่าที่ใหญ่ที่สุดที่มูลค่าเป็นสิบล้านอันนั้นนี่คือยังรออยู่เพราะว่ารายละเอียดค่อนข้างเยอะนะคะ”

“เราก็พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจค่ะ แต่ว่าทีนี้ก็คือทั้งหมดทั้งมวลอยู่ในกระบวนการที่ต้องบอกว่าเป็นการเก็บหลักฐานให้มัดตัวได้แน่นที่สุดความเป็นไปได้ก็อยากให้ดำเนินการให้ถึงที่สุดค่ ะเพราะว่าคือจริงๆ ถามว่ามันมาถึงเป็นปีขนาดนี้มูลค่าความเสียหายที่มันเสียไปยังไงก็พูดตรงๆ เราก็ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้วแหละว่าเรื่องเงินนี่อาจจะไม่ได้คืนในขณะนั้นแต่ว่าเรารู้สึกว่าคนที่ทำผิดยังไงเขาก็ต้องได้รับโทษได้รับกรรมที่เขาก่อ”

“มูลค่าทั้งหมดเลยจริงๆ มันเป็นสิบล้านเลยเพราะอย่างที่บอกตอนนี้ที่แยกไปได้เป็น 4 คดีความคือมันเยอะมากแล้วก็เราเองก็ยังหนักใจอยู่คือเครียดจนหายเครียดแล้วบอกไม่ถูกเหมือนแบบกับมันเครียดสะจนแบบโอเคมันค่อนข้างปลงแล้วแต่ก็ยังไงก็ตามคือเราไม่อยากให้ทุกอย่างมันลอยหายไป”

“คนเดียวกันใช่ไหมที่มี 4 คดี ก็ไม่เชิงค่ะ แต่ว่ามันมีความสัมพันธ์กันพัวพันกันอย่างเช่นว่าคดีที่ใหญ่ที่สุด ก็คือขออนุญาตเรียกเป็นเซลล์ อ แล้วกัน เซลล์ อ คนนี้เนี่ย เหมือนคือแบบว่าเขาเก็บเงินแล้วไม่ส่งบริษัทเสร็จแล้วในช่วงที่มันมีการจะเจรจากันก่อนที่จะแจ้งความเนี้ยค่ะเหมือนมีการเซ็นเช็คคืนกันแล้วปรากฏว่าเช็คมันเด้งหมดเลยซึ่งมันก็มีผู้เกี่ยวข้องต่างๆ นานาซึ่งตอนนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องเหล่านั้นกำลังจะขึ้นศาล”

“คือทางเราไม่รับติดต่ออะไรแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าเราพยายามติดต่อมาตั้งนานแล้วแต่ว่าตอนนี้เราให้เป็นทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งตอนนี้เรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คือจะเป็น สน.สายไหมค่ะ จริงๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังติดต่อตัวเขาได้อยู่คือไม่ได้หนีหายไปไหน”

“เรื่องทั้งหมดจริงๆ ส่งไปศาลแล้วแต่ว่าทางอัยการศาลในกรณีเซลล์ อ ที่ใหญ่ที่สุดนะคะก็คือยังเหมือนต้องให้เก็บหลักฐานเพิ่มเติมอยู่”

“ตัวเชียร์ต้องไปขึ้นศาลค่ะ ซึ่งจริงๆ คดีเล็กๆ 3 คดีก็จะมีช่วงกุมภานี้ค่ะก็จะมีช่วงมีนาอีกที่จะไปขึ้นศาลก็ต้องไปหมดเลย จริงๆส่งสำนวนไปแล้วแต่ก็ยังตีกลับว่าเหมือนต้องการสอบพยานเพิ่มเติมอยู่ มันก็จะมีช่อโกง มีเช็คเด้งซึ่งอันนี้ขออนุญาตเพราะไม่แน่ใจคำที่ถูกต้องใช้คำว่าอะไร จริงๆ ช่อโกง 2 เช็คเด้ง 2 นะคะแต่ว่าช่อโกงที่มูลค่าหลักล้านต้นๆ ตอนนี้ศาลนัดไต่สวนนัดขึ้นแล้ว มันยืดเยื้อมาเป็นปีแล้วจริงๆ คืออยากให้มันจบเพราะว่าเราก็ยังมีหลายๆ อย่างยังต้องทำอยู่ก็เรื่องเก่าๆ ก็ให้มันผ่านไปให้หมด”

“ก็จริงๆ แล้วมันทำใจมาเป็นปีแล้วก็อย่างที่บอกคือยังไงก็ตามคือเราก็อยากจะให้ทุกอย่างมันจบใครทำอะไรก็ขอให้อย่างนั้นไป”

“เรื่องใหม่ก็คือเรื่องเก่ายังไม่ทันหายเรื่องใหม่ก็มาแทรกอีกแล้วมันมีเป็นมิจฉาชีพค่ะ อันนี้จริงๆ อยากจะฝากไว้ให้เป็นอุทาหรณ์ด้วยค่ะเพราะว่าชื่อบริษัทเขาใช้ชื่อว่าบริษัทมณูนกิจ นี่ค่ะคือหลอกในการสั่งซื้อของเสร็จแล้วปุ๊บก็คือเชิดของหนีหายไปซึ่งจริงๆ มิจฉาชีพเจ้านี้นะคะ คืออยากให้เป็นอุทาหรณ์เพราะว่าไม่ใช่แค่เชียร์ที่โดน เชียร์โดนเป็นเจ้าที่ 7-8 ขณะที่คดีความเกี่ยวกับบริษัทมณูนกิจนี้ไม่มีการจับตัวได้เลยซึ่งสินค้าโดนทุกประเภทค่ะ หลอดไฟอะไรนี้เขาไปทุกอย่างเลยอันนี้อยากจะฝากไว้ให้ระวังชื่อบริษัทมณูนกิจ คือสั่งซื้อของเราแต่พอเราไปส่งแล้วก็อารมณ์จ่ายเช็คมาแล้วเช็คก็เด้งอีกแล้วถ้าถามว่าพอเราไปที่ๆ เขาบอกว่าเป็นบริษัทเป็นหน้าร้านเขานี่ก็คือหนีหายไปแล้ว มูลค่าอันนี้ก็เป็นหลักแสนค่ะ”

“จริงๆ แล้วเราใช้บริษัทขนส่งที่มาตรการรองรับทุกอย่างเลยนะแต่ว่ามันก็เหมือนมิจฉาชีพก็คือมิจฉาชีพน่ะ คือเขาก็มีวิธีหลอกล่อคือพูดจริงๆ ในส่วนของชาเม่เองเราไม่ได้ไปส่งสินค้าเองแต่เราใช้ผ่านบริษัทที่มีระบบขั้นตอนก็ยังโดนนะคะก็เลนฝากไว้เลยว่าเราไม่ใช่เจ้าแรก เขามีความเป็นมืออาชีพสูงมาก”

“แจ้งความแล้วค่ะ แต่ตำรวจก็ยังพูดเองเลยว่าตามจับไม่ได้ถ้าใครมีบอกแสก็เป็นหูเป็นตาได้หรือจะส่งไปที่ สน.สายไหมก็ได้ได้ข่าวว่าหลังจากเชียร์เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีแจ้งไปอีกว่าก็มีรายที่โดนต่อจากเราเลยอีก ตามตัวไม่ได้คือตำรวจยังพูดเลยว่าตามตัวยากมากตำรวจเองยังหนักใจสำหรับกรณีนี้”

“จริงๆ ตั้งแต่หลังจากเกิดคดีความนะคะคือชาเม่เองไม่มีข้อผิดพลาดอะไรเลยคือทุกอย่างรัดกุมหมดแต่ว่ามันมีกรณีนี้ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นแต่เหมือนหลายๆ อย่างมันมีผิดได้พลาดได้ซึ่งอย่างที่บอกบริษัทที่เราจ้างดูแลระบบขนส่งนี่เขาก็รับผิดชอบเราเต็มที่ก็เหมือนเป็นการรับผิดชอบร่วมกันค่ะ”

“ไม่ท้อหรอก คืออะไรที่มันไม่ดีหรืออะไรที่มันผิดพลาดมันก็ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ แล้วกรณีคดีถ้ามันไม่เกิดขึ้นเราก็อาจจะไม่ได้รู้ว่าอันไหนผิดอันไหนพลาดเราก็ปรับปรุงตัวถูกจุดก็เป็นบทเรียนไป”

เปิดตำนาน “วัดราชบพิธ” ที่ประทับ “3 สมเด็จพระสังฆราช” แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้นเป็นวัดประจำรัชกาล เมื่อ พ.ศ.2412

พระองค์ได้พระราชทานนามพระอารามนี้ว่า “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม”

ราชบพิธ มีความหมายว่า พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง

สถิตมหาสีมาราม มีความหมายว่า อารามอันมีเขตสีมากว้างใหญ่ตั้งอยู่

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงพระนิพนธ์เรื่องราวเกี่ยวกับการก่อสร้างถาวรวัตถุสำคัญชิ้นแรกๆ ของวัดราชบพิธไว้ในหนังสือ “แถลงการณ์คณะสงฆ์” เล่มที่ 11 พ.ศ.2466 ความตอนหนึ่งว่า

“วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2413 เริ่มพระราชพิธีสวดผูกพัธสีมา 3 วัน ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม เวลายาม 1 กับ 30 นาที เป็นพระฤกษ์ผูกเสมาเต็มเนื้อที่วิสุงคามสีมา ที่มีกำแพงตั้งสีมาทั้ง 8 ทิศ เป็นที่หมาย สีมาของวัดนี้เป็นมหาสีมา

วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2416 ยกช่อฟ้าใบระกาพระอุโบสถ” ภายในพระอาราม แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เขตพุทธาวาส และสังฆาวาส

เขตพุทธาวาส ประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้างต่างๆ อาทิ พลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นศาลาโถง หน้าบันจำหลักลายตราราชวัลลภ , พระเจดีย์ทรงระฆัง ซึ่งมีปลียอดประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ,พระอุโบสถ งดงามด้วยลวดลายบนบานประตูหน้าต่างประดับมุก ทุกบานผูกลายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 5 ดวง อกเลาของบานประตูมุก ผูกเป็นอักษรพระปรมาภิไธย “จปร” เพดานภายในเป็นซุ้มโค้งแหลมแบบโกธิก , วิหาร มีรูปแบบเดียวกับพระอุโบสถ แต่บานประตูหน้าต่างเป็นไม้จำหลักลวดลายดวงตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์

อาคารทุกหลังในเขตพุทธาวาส ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์ซึ่งพระอาจารย์แดง วัดหงส์รัตนารามเป็นผู้ให้แบบลาย แล้วสั่งทำจากประเทศจีน ซุ้มประตูทางเข้าเขตพุทธาวาส มีบานประตูรูปทวารบาลแต่งกายแบบทหารยุโรป

ปูชนียวัตถุสำคัญ คือ “พระพุทธอังคีรส” ประดิษฐานในพระอุโบสถ สร้างจากทองคำที่กาไหล่เป็นทองเนื้อ 8 หนัก 180 บาท จากทองคำเครื่องแต่งพระองค์เมื่อทรงพระเยาวของรัชกาลที่ 5

เขตสังฆาวาส ประกอบด้วย ตำหนักอรุณ ซึ่งเป็นกุฏิเจ้าอาวาส เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2413 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นอาคาร 3 ชั้น

พระที่นั่งสีตลาภิรมย์ เป็นเก๋งจีน 3 ชั้น ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บโบราณวัตถุทรงคุณค่าซึ่งเป็นสมบัติของวัด และของใช้ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระสังฆราช 2 พระองค์ คือ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 8) และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่9)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 และเป็นองค์ที่ 3 ของวัดราชบพิธ

ข้อมูลและภาพส่วนหนึ่งจาก

  • หนังสือ “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามประจำรัชกาลที่ 5” เรียบเรียงโดย บุญเตือน ศรีวรพจน์ และ ทิพวรรณ บุญส่งเจริญ
  • หนังสือ “ดั่งทองชมพูนุท จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์เนื่องในอภิลักขิตสมัย 150 ปีนับแต่วันประสูตื พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า 16 ธันวาคม 2552 วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

นาซ่าแชร์ภาพเมฆมุมสามเหลี่ยม ปรากฏการณ์ที่หาดูไม่ง่าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การนาซาได้เผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศที่ทำให้เห็นปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นเหนือท้องฟ้าบนโลก แต่เมื่อมองจากภาพถ่ายทางอากาศเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง เมื่อเมฆกลุ่มหนึ่งมีรูปร่างสามเหลี่ยมอย่างน่าประหลาด คล้ายกับคลื่นน้ำแผ่กระจายเมื่อเรือล่องผ่านผืนน้ำ

สถานีอวกาศก็อดดาร์ด สเปซ ได้ส่งภาพถ่ายดังกล่าวที่บันทึกเอาไว้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยดาวเทียมเธอร่าขององค์การนาซา ระหว่างที่โคจรผ่านเกาะเซาท์จอร์เจียและหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช บริเวณซีกโลกตอนใต้ใกล้กับขั้วโลกใต้
สำหรับภาพที่ปรากฏนั้นเป็นสิ่งน่าทึ่งและนักวิชาการได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นสิ่งที่หาดูได้ยาก ภาพกลุ่มเมฆที่ปกคลุมที่แตกตัวออกเป็นรูปสามเหลี่ยม เผยให้เห็นหมู่เกาะอย่างชัดเจน มีการเปรียบเทียบว่าคล้ายคลื่นน้ำเมื่อเรือแล่นผ่านในทะเลสาบ

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวนักวิชาการเรียกว่า Gravity waves หรือ คลื่นแรงโน้มถ่วง ที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของความดันชั้นบรรยากาศ ซึ่งจุดดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ที่มีความแปรปรวนของสภาพอากาศค่อนข้างรุนแรง ความชื้นจากมหาสมุทรถูกกดลงด้วยแรงโน้มถ่วงบริเวณขั้วโลกใต้ และถูกปล่อยให้ลอยขึ้นด้วยความแห้งของชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดเป็นภาพดังกล่าวขึ้นอย่างสวยงาม

ทรัมป์ขู่ส่งทหารเข้าเม็กซิโกหากไม่ระงับปชช.เข้าUS

ทรัมป์ ขู่ส่งทหารเข้าเม็กซิโก หากไม่คุมพลเมืองลอบเข้าสหรัฐฯ ด้วยตัวเอง ขณะฝ่ายตรงข้ามแจงไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ส่งทหารเข้าเม็กซิโก หากไม่ยับยั้งประชาชนเข้าสหรัฐฯด้วยตัวเอง ในระหว่างการเจรจาผ่านทางโทรศัพท์กับ นายเอนริเก เปนา นีเอโต

ขณะที่ นายเอดูอาร์โด ซานเชซ โฆษกประธานาธิบดีเม็กซิโก บอกกับวิทยุท้องถิ่นว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น ระหว่างการเจรจากันผ่านทางโทรศัพท์ และคำขู่ดังกล่าว เป็นเรื่องไร้สาระ และเป็นการโกหกอย่างแท้จริง  ขณะที่บางสื่อรายงานว่า ทรัมป์ ขู่ส่งกำลังทหารเข้าชายแดน หากทางใต้หากเม็กซิโกล้มเหลวในการจัดการกับการลักลอบเข้าสหรัฐฯ ของประชาชนตัวเองหลัง แหล่งข่าวที่ไม่ระบุชื่ออ้างว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากบันทึกทางโทรศัพท์ระหว่างการสนทนาของ 2 ผู้นำ ที่รั่วไหลออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่บันทึกไม่ได้ระบุว่าประธานาธิบดีเม็กซิโกตอบโต้กลับอย่างไร

พ่อเลี้ยงฆ่าลูก 3 ขวบ แม่ช่วยทิ้งศพ ตัวเงินตัวทองแทะสยอง

วานนี้ (17 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งพบศพเด็กชายอายุประมาณ 3 ขวบ ถูกทิ้งไว้ริมถนนสาย อยุธยา-เสนา ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 19-20 จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพเด็กชายอายุประมาณ 3 ขวบ ไม่สวมเสื้อผ้า ถูกทิ้งใต้กอไผ่ริมถนนดังกล่าว ตรวจสอบพบรอยถูกสัตว์กัดแทะที่บริเวณหัวไหล่ คาดเสียชีวิตมาแล้ว 2-3 วัน ใกล้กันพบถุงพลาสติกใส่ผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้าผู้หญิง

%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-3-%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%9a

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนไปยังชาวเมียนมาที่พบศพเป็นคนแรก ระบุว่า เดินผ่านริมถนนและเห็นตัวเงินตัวทองกำลังแทะบางอย่าง ตอนแรกคิดว่าเป็นตุ๊กตาแต่พอดูใกล้ๆก็พบว่าเป็นศพเด็ก

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเด็กต่างพื้นที่ เพราะไม่มีชาวบ้านรู้จักหรือคุ้ยเคยกับเด็กที่เสียชีวิต ตำรวจจึงเร่งตรวจสอบหาพ่อแม่เด็กนำตัวมาสอบสวนต่อไป

ล่าสุด (18 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว นายภาณุวัตร อายุ 27 ปี พ่อเลี้ยง และ น.ส.กาญจนา อายุ 22 ปี แม่ของ ด.ช.เจ (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ ผู้เสียชีวิต ได้ที่ จ.สิงห์บุรี ก่อนจะควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เสนา

โดยนายภาณุวัตร ให้การรับสารภาพว่า ลงมือฆ่า ด.ช.เจ ซึ่งเป็นลูกติดจากสามีเก่าของ น.ส.กาญจนา โดยคืนวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด.ช.เจ ส่งเสียงร้องดังไม่ยอมหยุด ตนจึงใช้ไม้แขวนเสื้อตีหลายครั้งจนสลบ ก่อนจะอุ้มเข้าไปในห้องน้ำและเปิดน้ำใส่จมูกจนแน่นิ่ง แล้วทิ้งไว้ในห้องน้ำ จนเวลา 02.30 น. น.ส.กาญจนา ก็เข้ามาพบว่าลูกเสียชีวิต
ตนทั้งคู่กลัวความผิดจึงนำศพมาทิ้งดังกล่าว แล้วพากันหลบหนีไป

สัตว์ประจำชาติอาเซียน

สัตว์ประจำชาติอาเซียน มีดังนี้
สัตว์ประจำชาติของประเทศไทย คือ ช้าง
สัตว์ประจำชาติของประเทศกัมพูชา คือ กูปรี
สัตว์ประจำชาติของประเทศพม่า คือ เสือโคร่ง
สัตว์ประจำชาติของประเทศลาว คือ ช้าง
สัตว์ประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย คือ มังกรโคโมโด
สัตว์ประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์ คือ ควาย
สัตว์ประจำชาติของประเทศบรูไน คือ เสือโคร่ง
สัตว์ประจำชาติของประเทศสิงคโปร์ คือ สิงโต
สัตว์ประจำชาติของประเทศมาเลเซีย คือ เสือโคร่งมลายู
สัตว์ประจำชาติของประเทศเวียดนาม คือ ควาย

 

เรื่องของยุง

ถ้าสังเกตลักษณะจะมีหลายชนิด จากการศึกษาพบว่ามีเป็นพัน ๆ ชนิดและอาศัยในทั้งที่ราบที่สูง ในบ้านและนอกบ้าน ชอบดูดกินเลือดของคนและสัตว์ ยุงในเมืองโดยส่วนใหญ่รู้จักกัน 4 ชนิด คือ ยุงก้นปล่อง ยุงลาย ยุงดำ และยุงรำคาญ

1. ยุงก้นปล่อง ยุงก้นปล่อง เป็นยุงที่สังเกตได้คือ เวลาเกาะหรือกำลังดูดเลือด ลำตัวจะทำมุมกับพื้นยึดเกาะ 45 องศา ยุงก้นปล่องเป็นยุงนำโรคไข้ป่า หรือโรคไข้มาเลเรีย อาศัยได้หลายที่ เช่น บ้าน ในป่า และภูเขา จึงพบมากในชนบทที่อยู่แถวชายป่า ชอบไข่ในน้ำไหลริน ในแอ่งน้ำสะอาด ยุ่งนี้ชอบกัดคนในเวลาพลบค่ำ ตอนดึก และเช้าตรู่

2. ยุงลาย ยุงลายเป็นยุงมีลำตัวและขาสลับดำ ยุงลายเป็นยุงนำโรคไข้เลือดออก และไข้สมองอักเสบ ชอบกัดคนและสัตว์เลี้ยงในเวลากลางวัน หรือตอนเย็นๆ

3. ยุงดำ ยุงดำเป็นยุงมีสีดำปนน้ำเงินที่ลำตัว ชอบกัดคนตอนหัวค่ำ ตอนดึกและตอนเช้าตรู่ ยุงดำเป็นยุงนำโรคเท้าช้าง ซึ่งเชื้อของโรคนี้มักพบมากในแถวชนบท ทางภาคใต้ของประเทศไทย

4. ยุงรำคาญ ยุงรำคาญหรือยุงธรรมดา ตัวไม่โต ลำตัวมีสีเทา ขาและปีกไม่ลาย ชอบอยู่รอบๆ บ้าน และในบ้าน กัดคนไม่เลือกเวลา ยุงนี้ไม่นำโรค แต่กัดเจ็บคัน ๆ ทำให้รำคาญ

วิธีที่ร่วมกันกำจัดยุง
1.ทำลายแหล่งของยุง โดยถมบริเวณน้ำขัง คว่ำภาชนะที่น้ำขัง โอ่งน้ำ ถังน้ำให้มีฝาปิดมิดชิด เพื่อมิให้ยุงลงไปออกไข่ได้
2.ทำลายตัวอ่อน หากแอ่งน้ำใหญ่เกินขนาดที่จะถม หรือระบายน้ำทิ้งก็อาจจะหาปลาที่กินลูกน้ำ เช่น ปลากัด ปลาหางนกยูง เป็นต้น หรืออาจจะใช้ยาฆ่าลูกน้ำ หรือน้ำมันลาดที่เกิดฝ้าที่ผิวน้ำตัวอ่อน และตัวโม่งจะหายใจไม่ได้ก็จะตาย
3.กำจัดตัวยุง ได้มีผู้พยายามหลายวิถีทางในการกำจัด ที่สะดวกแต่ละบ้านก็คือ พ่นยาฆ่ายุง หรือไล่ยุงตามซอกตามห้องมืดที่ยุงอาศัย ควรพ่นยาในตอนพลบค่ำ ซึ่งเป็นเวลาที่ยุงจะเริ่มออกหากินอีกวิธีก็คือการตีให้ตาย