ญาติ “ชัยภูมิ” นักกิจกรรมชาวลาหู่ ติดใจเหตุวิสามัญ ย้ำเป็นเด็กดี

นอกเหนือเหตุผลที่ญาติผู้เสียชีวิตบอกว่า ชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปี นักกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นเด็กดีไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ยังมีอีกหลากหลายประเด็น ที่เพื่อน ครูอาจารย์และญาติตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับการวิสามัญฆาตกรรมครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีจุดเกิดเหตุ คือ หน่วยบริการประชาชนบ้านรินหลวง หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีว่าด่านตรวจรินหลวง เป็นด่านตรวจยาเสพติดของทหาร ลักษณะเป็นสามแยก โดยญาตินายชัยภูมิตั้งข้อสังเกตว่า หากนายชัยภูมิและเพื่อนซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ตั้งใจจะขนยาเสพติด คงไม่ใช้เส้นทางนี้ เพราะมีเส้นทางอื่นอีกหลายทางที่สามารถเลี่ยงด่านตรวจได้

ทั้งนี้ ลักษณะการเสียชีวิต นี่เป็นภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถ่ายไว้เป็นหลักฐานหลังเกิดเหตุ ในวงกลมสีแดง เจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นระเบิดที่นายชัยภูมิจะปาใช้เจ้าหน้าที่ระหว่างเข้าจับกุม จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงป้องกันตัว ญาติตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นนายชัยภูมิมีระเบิดไว้ครอบครองจริงและตั้งใจปาใส่เจ้าหน้าที่ เหตุใดสภาพศพจึงไม่กำระเบิดไว้ในมือ รวมถึงมีดที่เจ้าหน้าที่อ้างว่า นายชัยภูมิใช้ต่อสู้ก็ไม่อยู่ในมือเช่นกัน สำหรับชาวลาหู่ในพื้นที่ กลุ่มรักลาหู่ อ้างว่า ในพื้นที่ตำบลเมืองนะ ถูกเจ้าหน้าที่ประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังยาเสพติด ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์บ่อยครั้ง โดยยอมรับว่า เคยมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันบ้าง จึงตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นความขัดแย้งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

ส่วนความคืบหน้าคดี เบื้องต้น ตำรวจดำเนินคดีกับคนขับรถคันเพื่อนของนายชัยภูมิ ฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและได้นำตัวขออำนาจศาลฝากขัง ขณะที่ทหารที่วิสามัญฆาตกรรมได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ววานนี้ โดยถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยพนักงานสอบสวนให้ประกันตัวไปสู้คดีในชั้นศาล รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาหวาย ยืนยัน ว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนวัตถุระเบิดและพยานวัตถุอื่นๆอยู่ระหว่างการส่งไปตรวจสอบ

สลด ดาราหนุ่ม ท็อป เทวินทร์ ก้มกราบศพพ่อ หลังเสียชีวิตบนทางด่วน

จุดเกิดเหตุใกล้เคียงทางลงด่านเทพารักษ์ ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจต่อครอบครัวดาราหนุ่มในครั้งนี้ ท็อป เทวินทร์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่าบิดาทำงานเป็นผู้จัดการโชว์รูมรถแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ช่วงเย็นที่ผ่านมาบิดาได้โทรศัพท์มาหาตนบอกว่าอยากกลับบ้านเนื่องจากรู้สึกไม่ค่อยดี เพราะมีอาการโรคหัวใจและเบาหวานกำเริบโดยบิดามีเสียงสั่นเครือคล้ายกับจะไม่ไหวตนจึงสอบถามว่าขณะนี้บิดาเดินทางถึงไหนแล้ว ซึ่งแจ้งเพียงแค่ว่าขึ้นทางด่วนกาญจนาแล้ว

จากนั้นไม่นานก็โทรกลับไปแต่บิดาไม่รับสาย ตนรู้สึกเป็นห่วงมากจึงรีบโทรแจ้งกู้ภัยทางด่วนให้ช่วยออกตามหาเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายจนกระทั่งเจ้าหน้าที่โทรศัพท์กลับมาแจ้งว่าพบรถแล้ว และบิดาของตนหมดสติไป โดยเจ้าหน้าที่พยายามปั้มหัวใจช่วยชีวิตแล้วแต่ไม่เป็นผล ซึ่งตนหลังทราบข่าวจึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยไม่คาดคิดว่าจะสูญเสียบิดาไปอย่างกะทันหัน

ส่วนสาเหตุสาเหตุ ท็อปเทวินทร์ ระบุว่า บิดามีโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ เบาหวาน และความดัน คาดว่าเกิดจากอาการโรคประจำตัวกำเริบจนกระทั่งเสียชีวิต  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันและส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรเบื้องต้นที่ รพ. บางพลี เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

แม่ร้องสื่อ ลูกสาววัย 17 ปี ถูกหนุ่มลวงข่มขืนในออฟฟิศ

แม่ร้องสื่อ ลูกสาววัย 17 ปี ถูกหนุ่มบริษัทสินเชื่อ ลวงไปข่มขืนในออฟฟิศ ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พร้อมขู่ฆ่า นางอ้อม (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ใน อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ร้องเรียนว่า ลูกสาววัย 17 ปี ของตนเองถูกนายอดิศักดิ์ อายุ 28 ปี หนุ่มบริษัทสินเชื่อแห่งหนึ่ง ลวงไปกักขังหน่วงเหนี่ยวและล่วงละเมิดทางเพศ ภายในบริษัท ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนนมิตรภาพ ต.โนนทอง อ.สีคิ้ว  โดยเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2560 ซึ่งภายหลังจากที่เกิดเหตุ น.ส.เตย (นามสมมติ) ลูกสาววัย 17 ปี ยังถูกขู่ว่าไม่ให้ไปบอกใคร หากไปบอกจะฆ่าให้ตาย

จนกระทั่งผ่านไป 1 สัปดาห์ มารดาของน้องเตยเห็นลูกสาวมีอาการซึมเศร้า ไม่ยอมไปโรงเรียน จึงได้เค้นหาความจริงจนทราบเรื่องราวทั้งหมด และเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา นางอ้อมมารดาน้องเตยได้ติดต่อให้ผู้ปกครองฝ่ายชาย ให้มาเจรจาที่จะชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท ล่าสุด ครอบครัวของฝ่ายชายยังไม่ติดต่อมา และทราบว่า ผู้ก่อเหตุ ได้ย้ายไปทำงานที่สาขาอื่นแล้ว ด้าน น.ส.เตย ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนนั้นเช่าหอพักอยู่กับครอบครัว 3 คน คือตน แม่ และน้องสาว ต่อมามารดาของตนเองได้ไปทำเรื่องขอกู้เงินจำนวน 30,000 บาท กับบริษัทสินเชื่อ ซึ่งมีนายอดิศักดิ์ เป็นพนักงานดำเนินเรื่องให้ แต่เนื่องจากมารดาของตนเองต้องเดินทางไป จ.สระบุรี โดยไปเช้ากลับค่ำทุกวัน จึงได้ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ของตนไว้ให้นายอดิศักดิ์

หลังจากนั้นนายอดิศักดิ์ ก็ได้โทรศัพท์มาพูดคุยในลักษณะจีบตลอดทุกวัน จนกระทั่งแวะมาหาที่หอพักพร้อมกับชวนตนเองซ้อนท้ายไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ซึ่งขณะนั้นด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่พอหลังจากกลับจากซื้อกับข้าวแล้ว นายอดิศักดิ์ก็ทำทีว่าลืมของไว้ในออฟฟิศ เมื่อไปถึงก็พาตนเข้าไปด้วย แต่เมื่อเข้าไปถึงห้องทำงาน นายอดิศักดิ์ ก็ได้กำลังปลุกปล้ำ ซึ่งตอนนั้นตนรู้สึกกลัวมาก ขณะที่แม่ของ น.ส.เตย กล่าวว่า จากนี้ไป ตนจะไม่ให้โอกาสฝ่ายชายผู้ก่อเหตุอีก โดยเตรียมที่จะรวบรวมพยานและหลักฐาน เพื่อเข้าไปแจ้งความที่ สภ.สีคิ้ว เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอดิศักดิ์ต่อไป

ปาฏิหาริย์! เครื่องบินตกที่เซาท์ซูดาน ผู้โดยสารรอดยกลำ

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสารสายการบินเซาท์ ซูพรีม แอร์ไลน์ ของประเทศเซาท์ซูดาน ประสบอุบัติเหตุตก ขณะกำลังลงจอดที่สนามบินวาอู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (20 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ตามรายงานระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสารทั้งหมด 43 คน และลูกเรืออีก 6 คน เครื่องบินขึ้นจากสนามบินในกรุงจูบา เมืองหลวงของประเทศ มุ่งหน้าสู่เมืองวาอู

โดยขณะที่นักบินกำลังนำเครื่องลงจอดเกิดทัศนวิสัยย่ำแย่ หมอกลงจัด ทำให้นักบินมองเห็นรันเวย์ไม่ชัดและเป้าหมายบนรันเวย์พลาด จนเครื่องเครื่องตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรง และเกิดเพลิงลุกไหม้ตามมาเกือบหมดลำ เหลือเพียงส่วนหางเท่านั้น Nona Guadenesio รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของรัฐแจ้งว่า มีผู้โดยสาร 37 คน ถูกส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว และมี 31 คนที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ส่วนคนที่เหลืออีก 6 คนมีอาการคงที่

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด ทั้งนี้ สนามบินดังกล่าวอยู่ใกล้กับตำแหน่งของทหารรักษาสันติภาพชาวจีนในเมืองวาอู หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพชาวจีนได้รีบรุดไปยังสถานที่เกิดเหตุ พร้อมเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินและทีมแพทย์ในท้องถิ่นด้วยเช่นกัน

หนุ่มโกรธจัด! ขับรถไล่ชนเด็กชาย เพราะเล่นเล็งกระบอกปืนใส่

ชาวเน็ตทั่วโลกวิจารณ์หนัก ชายขับรถไล่เด็กชาย เหตุเพราะโมโหเล่นเล็งกระบอกปืนใส่ แถมยังตีทำโทษสั่งสอนเด็ก ตำรวจไม่ดำเนินการใดๆ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คลิปภาพเหตุการณ์การเล่นกันของเด็กชาย 2 คน กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโซเชียลมีเดีย เพราะชายขับรถยนต์คันหนึ่งพาผ่านมาเกิดไม่พอใจ ที่เห็นเด็กชายหันกระบอกปืนของเล่นเล็งใส่เขา ทำให้ตัดสินใจกลับรถย้อนมาเฉี่ยวชนเด็กและสั่งให้คุกเข่ารอเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นการสั่งสอน

คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่เมืองแห่งหนึ่ง ทางตอนเหนือของประเทศรัสเซีย เผยให้เห็นเด็กชาย 2 คน กำลังหยอกล้อเล่นกันตามปกติ พวกเขาแบ่งกันเล่นกระบอกปืนของเล่น โดยเล็งไปตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งคนที่เดินผ่านไปมา จนกระทั่งมีรถยนต์โฟร์วีลสีดำคันหนึ่งผ่านมา เด็กชายได้เล็งปืนของเล่นใส่รถคันดังกล่าว แต่ปรากฏว่ารถคันนั้นได้เลี้ยวกลับมา พร้อมกับพุ่งใส่เด็กชายทั้ง 2 คน เด็กคนหนึ่งวิ่งหนีหลบเข้าไปในอาคาร ทำให้รถยนต์ไล่ตามหลังเด็กชายอีกคนหนึ่ง ก่อนจะเฉี่ยวชนใส่เขาแบบไม่แรงนัก ต่อมาชายที่ขับรถยนต์ได้ลงมาจากรถ ก่อนจะเข้าควบคุมตัวเด็กชายและยึดปืนของเล่นเอาไว้ พร้อมกับสั่งให้เด็กชายคุกเข่าลงบนพื้นถนนเย็นยะเยือก เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ไม่นานนักเจ้าหน้าที่ก็เดินทางมาถึง ก่อนที่ชายอารมณ์ร้อนจะขับรถจากไป

เด็กชายได้เปิดเผยถึงสื่อท้องถิ่นว่า “ผมยืนเล่นกับเพื่อนอยู่ริมถนนตามปกติ แล้วรถคันนี้ก็เลี้ยวกลับมาชนใส่ผม ก่อนที่ชายบนรถจะลงมาจับผม แล้วยังมาตบตีผมหลายครั้ง” เจ้าหน้าที่ส่งตัวเด็กชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก็พบว่ามีร่องรอยถูกทำร้ายตามที่เด็กบอกกล่าวจริง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเฉพาะประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้ชายผู้ก่อเหตุกับเด็กขับรถออกไปเฉยๆ โดยที่ไม่ได้สอบสวนหรือแจ้งข้อหาใดๆ ทั้งที่เป็นการกระทำรุนแรงต่อเด็ก ทางด้านพ่อของเด็กชาย ยังเปิดเผยว่า ทันทีที่ตำรวจมาลูกมาส่งที่บ้าน พวกเขาไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าลูกถูกรถไล่ชน

หนุ่มหายตัวปริศนา เพื่อนแชร์ตามหา กลายเป็นศพในคลองย่านดินแดง

ชายหนุ่มวัย 29 ปี หายตัวไปเมื่อ 6 วันก่อน ล่าสุดพบเป็นศพอยู่ในคลองสามเสน ย่านดินแดง หลังเพื่อนๆ แชร์ตามหาเบาะแส ขึ้นแท็กซี่แล้วหายตัวไป ความคืบหน้ากรณีที่โลกโซเชียลมีเดียได้ช่วยกันแชร์ตามหาชายหนุ่มที่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา จากย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากแยกย้ายจากวงสังสรรค์กับเพื่อนๆ เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดปรากฏว่าพบชายคนดังกล่าวเป็นศพเสียชีวิตอยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง

ตามรายงานระบุว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในคลองสามเสน ด้านหลังวัดตะพาน เขตดินแดง ตรวจสอบพบเป็นชาย สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีเข้ม กางเกงสแลคสีดำ ก่อนจะเปรียบเทียบรูปพรรณพบว่าเป็น นายภัทร คล้ายจัน อายุ 29 ปี ชายที่หายตัวไปและมีการออกประกาศตามหา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อดำเนินการชันสูตรและเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากคลองน้ำ ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเสียชีวิตครั้งนี้ ซึ่งจะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป

สำหรับเรื่องราวของ นายภัทร ญาติและเพื่อนๆ ได้ออกประกาศตามหาตัวในโลกออนไลน์ ระบุว่าหายตัวไปเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา พบครั้งสุดท้ายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อขึ้นแท็กซี่กลับที่พัก ก่อนจะหายตัวไป ต่อมามีผู้พบโทรศัพท์ของนายภัทรตกอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ใกล้กับทางขึ้นทางด่วน เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า นายภัทร ได้ขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งออกไป มุ่งหน้าจะขึ้นทางด่วน แต่เกิดเปลี่ยนใจและถอยออกมาจากด่านเก็บเงิน ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางไป โดยที่ไม่สามารถเห็นทะเบียนรถได้ชัดเจน

หนุ่มร้อง สคบ.หลังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ทำตาสองชั้นพลาดถึง 3 ครั้ง

ผู้เสียหายรายหนึ่ง พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. หลังไปศัลยกรรมตาสองชั้น ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ซึ่งแก้ไขมาแล้วถึง 3 ครั้ง สุดท้ายซ้ำหนักกว่าเดิม

กรณีผู้เสียหายชายรายหนึ่ง พร้อมทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือ ร้องเรียนกับศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ว่า ได้ไปทำตาสองชั้นที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านบางพลัด แล้วเกิดความผิดพลาด มีแผลเป็นเกิดขึ้น โดยผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อปี 2551 ได้เข้าไปทำตาสองชั้นที่ รพ.ดังกล่าวในราคา 15,000 บาท ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2559 ตนรู้สึกว่าหนังตาเริ่มหย่อน จึงเข้าไปติดต่อเพื่อขอแก้ไข กับแพทย์รายใหม่ที่รพ.เดิม ในราคาแพ็คเกจ 70,000 บาท ทำตั้งแต่ตา, คาง และจมูก

แต่เมื่อทำไปแล้ว พบว่าหนังตาผิดรูป จึงติดต่อทาง รพ. เข้าไปแก้ไขอีก 2 ครั้ง ในเดือนกรกฎาคม 2559 แต่การแก้ไขครั้งนี้ กลับส่งผลทำให้แย่ลงไปกว่าเดิม เนื่องจากเกิดแผลเหนือดวงตา มีอาการบวม และเป็นพังพืดที่ชั้นตา รวมถึงมีแผลเป็นขนาดใหญ่ จากนั้นได้แก้ไขอีกครั้งในเดือนกันยายน 2559 แต่ได้ผลเช่นเดิม จนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลได้ขอนัดตนมาแก้ไขอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 4 แต่ตนรู้สึกไม่มั่นใจแล้ว โดยโรงพยาบาลได้เจรจามาว่าจะคืนค่าศัลยกรรมทั้งหมดให้ แต่ไม่ได้ระบุถึงการเยียวยาเรื่องอื่นๆ จึงตัดสินใจมาเรียกร้องที่ สคบ.ในวันนี้ เพื่อให้โรงพยาบาลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการศัลยกรรมใหม่กับโรงพยาบาลอื่น

แม่สงสัย ‘อดีตนายก อบต.’ สามีเก่า ลวงฆ่าลูกสาว

แม่ของสาว อบต.บึงชำอ้อ ให้การสงสัย “อดีตนายก อบต.” จ.ชลบุรี อาจเป็นมือสังหารลูกสาว ด้านตำรวจเร่งเช็ค พบว่ามีการกดเงินเชื่อว่าน่าใช้สำหรับหลบหนี จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง น.ส.วีรญาภา หรือ เปิ้ล อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายและแผน (นักบริหารงานทั่วไป) ระดับ 6 อบต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เสียชีวิตบนรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ท สีเทา-ดำ ทะเบียน 4 กอ-8489 กรุงเทพมหานคร บนถนน ในท้องที่ ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา คาดสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวเนื่องจากผู้ตายมีรูปร่างหน้าตาดีมีชายติดพันหลายคน และขัดแย้งธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสองที่ผู้ตายทำอยู่ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 มี.ค.2560 นางบานเย็น แม่ของผู้ตาย ให้การว่า ปกติลูกสาวมักเล่าปัญหาส่วนตัวให้ฟัง ส่วนใหญ่มาจากสามีเก่าที่เป็นอดีตนายกอบต.แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ที่หย่ากันไปเมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากผู้ตายรู้ว่าอดีตนายก อบต.คนดังกล่าว มีครอบครัวแล้ว เมื่อทราบว่าลูกสาวเพิ่งจดทะเบียนสมรสใหม่ อาจเกิดความหึงหวง จึงลวงออกไปจากที่ทำงานเพื่อให้ไปดูรถ ก่อนจะขอเจรจาตกลงปัญหา เมื่อตกลงกันไม่ได้จึงถูกยิง

โดยหลังจากชุคลี่คลายคดีรู้เรื่องดังกล่าว จึงพยายามติดต่อไปยังอดีตนายก อบต.คนนี้ แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวออกนอกพื้นที่ไปแล้ว และพอเช็คธุรกรรมการเงินพบว่าเจ้าตัวได้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มแห่งหนึ่ง เชื่อว่าน่าใช้สำหรับหลบหนีไปหาญาติที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อให้พาไปหลบซ่อนตัวตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ยังไม่พบหลักฐานเดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใดส่วนศพของ น.ส.วีรญาภา ญาตินำไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดสระลำใย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี โดยจะมีพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 19 มี.ค.2560

ยังไม่พบตัว “ธัมมชโย” หลังดีเอสไอเข้าตรวจค้นอารามปริสุทโธ

ดีเอสไอยังไม่พบตัวพระธัมมชโย หลังเข้าตรวจค้นอารามปริสุทโธ จ.ปทุมธานี เหตุได้รับเบาะแสจากประชาชนว่าอาจใช้เป็นที่หลบซ่อน วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 06.15 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้น อารามปริสุทโธ ในพื้นที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสจากประชาชนว่าสถานที่ดังกล่าวอาจเป็นที่หลบซ่อนของพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับ เนื่องจากมีการเข้าออกอย่างผิดปกติของพระผู้ใหญ่วัดพระธรรมกาย

ทั้งนี้จากการตรวจค้น พบเอกสารเกี่ยวกับการให้ข่าวสื่อมวลชนของตำรวจ เอกสารเกี่ยวกับการถวายฎีกา คำขอคุ้มครองชั่วคราว คำให้การของพระผู้ใหญ่ของวัดพระธรรมกาย และเอกสารอื่นๆ ส่วนบริเวณชั้น 2 ของอาคารดังกล่าว ถูกตกแต่งสถานที่คล้ายกับห้องประชุม ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าภายในอาคารอาจใช้เป็นสถานที่ประชุมวางแผนของวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ยังพบเสื้อยืดแขนยาว สีเหลือง จำนวน 2 ตัว ซึ่งคล้ายกับที่พระธัมมชโยเคยสวมใส่อยู่ในห้องดังกล่าว จากการซักถามผู้ดูแลสถานที่อ้างว่าเป็นที่พำนักของพระผู้ใหญ่ในวัดพระธรรมกาย และยืนยันว่าไม่มีบุคคลตามหมายจับของศาล เข้ามาพักภายในอารามปริสุทโธ แต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและตำรวจจัดชุดติดตามตัวพระธัมมชโย ซึ่งเบื้องต้นการข่าวดีเอสไอพบเบาะแสว่าพระธัมมชโยได้หลบหนีไปอยู่ในสถานที่ดังกล่าวและอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศมาตรา 44 แต่ภายหลังจากการตรวจค้นในวันนี้ก็ยังไม่พบตัวพระธัมมชโยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากประชาชนทราบเบาะแสเกี่ยวกับพระธัมมชโย สามารถโทรศัพท์มาแจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ที่เบอร์สายด่วน 1202 ตลอด 24 ชั่วโมง

แม่ใจสลาย! พาลูกสาวไปดูเกรด กระบะชนแล้วหนี เด็กคอหักดับสลด

เมื่อเวลา 13.00 น. ร.ต.ท.จเร พูลแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถจยย.ที่ปากทางเข้าหาดทรายแก้วรีสอร์ต ม.12 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทมย์เวร รพ.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยท่าศาลารีบรุดไปตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบศพผู้เสียชีวิตเป็น ด.ญ.อายุ 14 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ในชุดนักเรียน สภาพแขนหัก คอหักศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บคือ นางสุดารัตน์ อายุ 33 ปี มารดาขอเด็กหญิงอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่ง รพ.ท่าศาลา ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อทะเบียน ขับหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางสุดารัตน์ ผู้เป็นแม่ได้ขับรถจยย.พาลูกสาวไปดูผลการเรียน ที่โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิศึกษา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะขับตามหลังเฉี่ยวชนจน 2 แม่ลูกล้มทั้งรถทั้งคน ผลปรากฏว่าด.ญ.เสียชีวิต ส่วนนางสุดารัตน์ผู้เป็นแม่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งจะเร่งสอบหาคนขับรถยนต์กระบะคู่กรณี เพื่อตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป