เลสเตอร์ พ่าย เซบีย่า 1-2 ชปล.เลกแรก

ผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดแรก)

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560เซบีย่า 2-1 เลสเตอร์ ซิตี้ผู้ทำประตู : 1-0 ปาโบล ซาราเบีย น.25 / 2-0 ฆัวกิน คอร์เรีย น.62 / 2-1 เจมี่ วาร์ดี้ น.73เวลา : 2.45 น.สนาม : ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวนศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดแรก)

เป็นการดวลกันระหว่าง เซบีย่า แชมป์ ยูโรป้า ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา มีคิวเปิดสนาม ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน ต้อนรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่จะจบลงไปด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านด้วยสกอร์ 2-1

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

เซบีย่า : เซร์คิโอ ริโก้(GK), เกลม็องต์ ล็องเกลต์, อดิล รามี่, เซร์คิโอ เอสคูเดโร่, มาเรียโน่, ฆัวกิน คอร์เรีย, ซาเมียร์ นาสรี่, สตีเฟ่น เอ็นซองซี่, ปาโบล ซาราเบีย, บิโตโล่, สเตฟาน โยเวติช

เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมพ์สัน, โรเบิร์ต ฮูธ, เวส มอร์แกน, คริสเตียน ฟุตส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดิี้, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ริยาด มาห์เรซ, อาเหม็ด มูซ่า, เจมี่ วาร์ดี้

“กรีซมันน์” อธิบาย “ข้อเสีย” เป็นฉากๆหากต้องย้ายไปทีมอื่น

อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าระดับซูเปอร์สตาร์ของ แอตเลติโก มาดริด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากต้องย้ายออกจากต้นสังกัดไปอยู่ที่อื่นในฤดูกาลหน้าโดยปกตินั้น คอลูกหนังต่างเชียร์ให้ แข้งน้ำหอมคนนี้มาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ดี จนกระทั่งเจ้าตัวออกมาพูดถึงประเด็นข่าวลือที่เกิดขึ้

“ผมถูกตั้งคำถามมากมายเกี่ยวการย้ายไปเล่นที่อังกฤษ” กรีซมันน์ กล่าว
“สมัยที่อยู่กับ โซเซียดาด ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าอยากย้ายทีม แต่สำหรับตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าข่าวลือที่มีอยู่เพียบนั้นมาจากไหน ใครสามารถรู้ได้จริง ๆ ว่าฤดูกาลนี้มันจะจบยังไง ? สมมติถ้าทุกอย่างพังหมดในตอนท้าย ผมอาจจะถามตัวเองเกี่ยวกับอนาคตอีกครั้ง แต่สำหรับตอนนี้ มันไม่ใช่เลย”
“เมื่อพูดถึงเรืี่องนี้แล้ว ยอมรับก็ได้ว่าผมเคยถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าควรจะย้ายไปไหน ในสเปน ก็คงเป็น บาร์เซโลนา หรือไม่ก็ เรอัล มาดริด
“สำหรับ บาร์ซา พวกเขามี MSN เป็นตัวจริงอยู่แล้ว มาดริด เองก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากพวกเขาคือคู่อริของทีมผมในเวลานี้ ฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ทั้งคู่”

“ในเยอรมนี ลีกนั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจผมสักเท่าไหร่นัก ฝรั่งเศสล่ะ ? ก็ไม่เช่นกัน ส่วน อังกฤษ ที่พวกคุณประโคมกันมานั้นก็ยังมีข้อกังขาอยู่ในเรื่องของการใช่้ชีวิตส่วนตัว เพราะฝนตกตลอด สภาพอากาศก็ไม่ดี”
“ผมเป็นคนที่รู้สึกมีความสุขเวลาได้ออกไปเล่นนอกบ้านนะ”

เพื่อนลั่นไม่ปลื้ม “เกรียนโอ้” นักเตะจอมขี้เกียจ

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลางตัวเก่งของนีซไม่มีความสุขกับทัศนคติของ มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าจอมเกรียนที่ทำตัวเหมือนไม่อยากช่วยทีมในสนาม

บาโลเตลลี่ไม่มีชื่ออยู่ในทีมนีซชุดเสมอแรนส์ 2-2 เพราะเป็นหวัด แต่ก่อนหน้านั้นเขาเคยถูกดร็อปเป็นสำรองในเกมกับแซงต์ เอเตียน เพราะลูเซียง ฟาฟร์ เทรนเนอร์ไม่พอใจที่เขาไม่ลงมาช่วยเกมรับ ซึ่งอิสเซลิคก็ยอมรับว่าตนเองไม่ปลื้มเช่นกัน

“ผมเสียใจ แต่ผมต้องซื่อสัตย์และพูดความจริง มันน่าเสียดายที่เขาเอาแต่ก้มหน้า คุณเห็นในระหว่างซ้อมทุกวัน เขาเป็นผู้เล่นชั้นยอด แต่เขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา มันน่าผิดหวัง เราควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมแบบนี้”
“เรารู้ว่าโค้ชต้องการความพยายามสูงมากจากผู้เล่นในทีม เขาไม่ยอมรับใครก็ตามที่ก้าวเท้าออกจากสนามและคุณได้เห็นพฤติกรรมแบบนั้นจากบาโลเตลลี่”

“ฟาน เพอร์ซี่” โดนแบน 2 เกมฐานเย้ยคู่แข่ง

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้าตัวเก่งของ เฟเนร์บาห์เช่ สโมสรดังลีกตุรกี ถูกสหพันธ์ฟุตบอลตุรกี ลงโทษแบนเป็นจำนวน 2 นัด จากการที่เขาไปยั่วยุ โอกูซาน ออซยาคุป มิดฟิลด์ เบซิคตัส ระหว่างเกม ตุรกี คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยเกมนัดดังกล่าว ดาวยิงวัย 33 ปี ก่อวีรกรรมน่าอับอาย ด้วยการแกล้งทิ้งตัวลงกับพื้นราวกับถูกกระแทกหนักในจังหวะที่โดน ดุสโก้ โทซิช ชนจนเป็นเหตุให้คู่แข่งโดนใบแดงไล่ออกจากสนามก่อนที่ในจังหวะซัดประตูชัยช่วยให้ เฟเนร์บาห์เช่ เอาชนะไปได้หวุดหวิด 1-0 ซึ่งหลังจากทำประตูได้แล้ว เจ้าตัวก็ฉลองด้วยการไปสไลด์เข่าไปเย้ยต่อหน้า โอกูซาน ออซยาคุป แบบสุดสะใจ

ซึ่งล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลตุรกี ได้สั่งแบนอดีตดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ ถึง 3 นัดด้วยกัน แต่เจ้าตัวได้ยื่นอุทธรณ์ลดโทษแบนให้เหลือ 2 เกม

“กิเลนผยอง” แบโผ 23 แข้งลุย “เอซีแอล” ไร้ “คลีตัน”

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรแชมป์ไทยลีก ปีล่าสุด ตัดสินใจส่งรายชื่อ 23 ผู้เล่นลงแข่งขันในรายการ ฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม เป็นที่เรียบร้อยโดยสร้างความแปลกใจให้กับแฟนบอลเป็นอย่างมาก เมื่อไม่มีชื่อของ คลีตัน ซิลวา ดาวซัลโวตัวเก่งชาวบราซิลของทีม อย่างไม่ทราบสาเหตุ สำหรับนักเตะต่างชาติในโควต้า 3+1 นั้น ประกอบด้วย เซลิโอ ซานโตส (บราซิล), นาโออากิ อาโอยามะ (ญี่ปุ่น), ลี โฮ (เกาหลีใต้) และ ซิสโก้ ฆิเมเนส (สเปน)

สำหรับ 23 นักเตะที่ทางสโมสรตัดสินใจส่งชื่อให้กับ เอเอฟซี ประกอบด้วย
ผู้รักษาประตู : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ประสิทธิ์ ผดุงโชค, พุทธิพงษ์ พรมลี
กองหลัง : พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธีราทร บุญมาทัน, เซลิโอ ซานโตส (บราซิล), นาโออากิ อาโอยามะ (ญี่ปุ่น), อดิศร พรหมรักษ์, สุพรรณ ทองสงค์, พิทักษ์พงษ์ กุลวรรณ, ทริสตอง สมชาย โด
กองกลาง : ลี โฮ (เกาหลีใต้), รัชพล นาวันโน, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ศนุกรานต์ ถิ่นจอม, วงศกร ชัยกุลเทวินทร์, วัฒนา พลายนุ่ม, สรวิชญ์ พานทอง
กองหน้า : ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร, มงคล ทศไกร , ซิสโก้ ฆิเมเนส (สเปน)

ซึ่งตัวแทนจากไทย ถูกจับให้อยู่ในกลุ่มอี ร่วมกับ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส (ญี่ปุ่น), อุลซาน ฮุนได (เกาหลีใต้) และ บริสเบน โรร์ (ออสเตรเลีย)

“อดีตปธ.บาร์ซ่า” เผย “ซลาตัน” ต้องย้ายเพราะอยู่เกะกะ “เมสซี่”

มาร์ก อิงล่า อดีตประธานสโมสรบาร์เซโลน่าออกมาเผยเบื้องหลังที่ทำให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าร่างยักษ์ต้องอำลาทีมไปนั้น เหตุเพราะฟอร์มไม่เข้ากันกับลิโอเนล เมสซี่

อิบราฮิโมวิช ที่ปัจจุบันกำลังโชว์ฟอร์มอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยลงสนามให้กับบาร์ซ่าเพียงแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น ภายใต้การคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อปี 2009-10

“ทำไมเขาถึงไม่สามารถอยู่ในทีมได้น่ะเหรอ? เขาเป็นไอ้ตัวร้าย เป็นเครื่องจักร แต่เขาก็ดันอยู่ข้างๆกับเครื่องจักรอีกตัวหนึ่ง คนนั้นที่ตัวเล็กๆน่ะ (หัวเราะ)”
“ซลาตันชอบอยู่นิ่งๆ ไม่ค่อยวิ่ง และบางทีเมสซี่ก็ต้องการพื้นที่ไง ซลาตันเกะกะเกินไป มันทำให้ประสานงานกันไม่ติด ผมคิดว่างั้น”

“ปีศาจ” กำลังจะกลับมา

ในขณะที่สปอร์ทไลท์สาดส่องไปยังเมอร์ซี่ย์ไซด์, ในขณะที่อนาคตของ เวนเกอร์ กำลังอยู่บนเครื่องหมายคำถาม ราวกับว่าในตอนนี้โลกลูกหนังต่างละสายตาจาก “ซาตานตราสามง่าม”ไปชั่วขณะ…สตีเว่น เจอร์ราร์ด วิเคราะห์ว่าในปีนี้ อาร์เซน่อล และ ยูไนเต็ด จะเป็นสองผู้โชคร้ายที่หลุดจากท็อปโฟร์ ส่วน เจอร์เมน เจนาส ก็เห็นด้วยพลางผงกหัวกับแนวคิดดังกล่าว, ด้านสกายสปอร์ตเลือกเล่นข่าวการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งของ “หงส์แดง”ขณะที่ บีบีซี กับ เดอะ มิร์เรอร์ ณ เวลานี้กำลังละเลงอนาคตบนเส้นด้ายของ “อาร์แซน เวนเกอร์” อย่างเมามันส์

ราวกับโลกนี้หยุดนิ่ง ราวกับทุกคนศิโรราบให้กับ เชลซี ไปหมดแล้วแต่ในขณะที่โลกทั้งโลกกำลังสิ้นหวังและหมางเมินพวกเขา..“ปีศาจแดง” กำลังผุดตัวออกจากหลุมและกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง!ชัยชนะเหนือวัตฟอร์ด 2-0 ถือเป็นเกมที่ 16 ติดต่อกันแล้วที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เดินหน้าทำสถิติไร้พ่ายต่อเนื่องในพรีเมียร์ลีกแต่นั่นไม่เท่ากับความยอดเยี่ยมในสนามที่ “เร้ด เดวิลส์” กำลังโชว์ออกมาในปีนี้ผมได้มีโอกาสเบิ่งตาดู “ผีแดง” หลายครั้งครับแต่เหมือนกับว่าผลงานในเกมล่าสุดน่าจะเป็นแมตช์ที่ “ยอดเยี่ยมที่สุด” ที่ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำได้ในซีซั่นนี้จับหวะจับโคนหรือการเดินหน้ากระซวกคู่แข่งมันช่างทำให้หวนนึกถึงวันเก่าๆ โอกาสไม่ต่ำกว่า 7-8 ครั้งถูกสาดส่องไปมาในช่วง 30 นาทีแรก ถ้าจะหา “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ซักคนในเกมนี้…พนันได้เลยครับว่า “ไม่มีทางเลือกถูก”
เพราะเกมนี้ขุนพลอสูรกายนั้นโดดเด่นทุกคนจริงๆ ไล่ตั้งแต่แผงหลังอย่าง เอริค ไบญี่ ที่ยิ่งเล่นก็ยิ่งทำให้ทึ่งราวกับจับ “วิดิช” และ “เฟอร์ดินานด์” มารวมร่างกัน, เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่รับบทเพลยเมคเกอร์อีกครั้งทำใหแดนกลางของ ยูไนเต็ด ในเกมนี้สุดไหลลื่นฤากระทั่ง ป็อกบา ที่โดนวิจารณ์อย่างหนักช่วงที่ผ่านมานัดนี้ก็ยังอุตส่าห์เป็นคนเซ็ตบอลทำให้ทีมได้ประตูที่สองในเวลาต่อมาเช่นเดียวกับ มาต้า จากวันที่เป็นส่วนเกินของ มูรินโญ่ ที่ เชลซี ใครจะคิดครับว่าเจ้าตัวจะเป็นผู้ทำให้ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” กลับมามีที่ยืน  ส่วน มาร์กซิยาล บางทีแผนของ “น้ามู” อาจสำเร็จแล้วหลังทำให้แข้งรายนี้ระเบิดความอัดอั้นจากการโดนดองและกลับมามีสมาธิในสนามมากกว่าเดิม

จากสายตาที่ได้ประสบนี่คือ “ปีศาจแดง” ทีมเดิมกับที่เราคุ้นตา ไม่ต้องมากจังหวะเหมือน ลิเวอร์พูล, ไม่ต้องบรรจงเซ็ตบอลให้สวยดั่ง อาร์เซน่อล แต่อาศัยการต่อบอลไปเรื่อยๆโดยมี มคิทาร์ยาน เป็นตัวเชื่อมเข้าเขตโทษก่อนจะปาดต่อไปยังริมเส้นแล้วตบกลับเข้ากลางเพื่อปิดบัญชี..ผีแดง ในตอนนี้ที่ใครหลงลืมกำลังผุดออกจากหลุมอย่างช้าๆ ปัญหาอย่างเดียวคือ “การจบสกอร์” แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะตราบใดที่ยังรักษารูปแบบการเข้าทำเช่นนี้ได้…แล้วเดี๋ยว “ประตู” ก็ตามมาเอง
3 แต้มที่ได้อาจไม่ช่วยอะไรมากในวันที่ทีมคู่แข่งร่วมอย่าง อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล ก็ได้รับชัยชนะ แต่นั่นไม่ก็ต่างกับสัญญาเตือนอย่างหนึ่ง เป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่ายักษ์หลับตอนนี้กำลังจะฟื้นไข้กลับมาในไม่ช้า“ปีศาจ” กำลังจะกลับมาแล้ว…ระวังเอาไว้ให้ดีครับบรรดาบิ๊กทีมทั้งหลาย เพราะ วิญญาณกำลังตามติด ติด ติด….พลาดเมื่อไหร่มีโดนแซงแน่นอน!

“เลสเตอร์” จะตกชั้นจริงๆ?!?

ผมผุดนึกคำนี้หลังจากที่ได้ประเมินเรื่องราวที่ผ่านมาในหัว บางครั้งฟุตบอลก็ไม่ต่างกับหนังชีวิต บางเวลาทำให้เราสุข, บางเวลาทำให้ใจระทึก เฉกเช่นเดียวกับบางเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความน่าประหลาดใจกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา “จิ้งจอกสยาม” เอาชนะ ดาร์บี้ ในบอลถ้วยมาได้ และนั่นทำให้โมเมนตัมเริ่มกลับมาเหวี่ยงเข้าทางแชมป์เก่าพรีเมียร์อีกครั้งหลังออกทะเลไปนานทว่ากับเกมวันอาทิตย์นี้ทุกอย่างจะ “แตกต่างออกไป”ความกดดันที่เคยมีจะหวนกลับมา สำคัญคือนี่จะเป็นเกมที่เต็มไปด้วยห้วงอารมณ์และชี้วัดได้เลยครับว่า ท้ายที่สุดแล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ จะ “อยู่” หรือ “ไป”

ถ้าพวกเขาชนะ 3 แต้มในเกมนี้ อาจไม่สลักสำคัญมากไปกว่าการคว้าการคว้า “แพ” มานอนกอดสำเร็จ หลังจมดิ่งไปนานราวกับพลังชีวิตที่ถูกปั๊มหัวใจให้ลุกโชนอีกครั้งกลับกันหากทัพ “จิ้งจอก” พลาดท่าพ่าย..โมเมนตัมที่กำลังเข้าทางถูกผลักไส แรงใจที่กำลังมามลายหายดับวูบ นอกจากจะเป็นการต้อนรับ “วาเลนไทน์สยองขวัญ” แล้วนี่อาจจะจุดเริ่มต้นแห่งความวิบัติและเป็นอันปิดฉาก “ตำนานจิ้งจอกสยาม”
เกมวันอาทิตย์นี้ในแมตช์บุกเยือน สวอนซี คือโอกาสครั้งสำคัญที่ เลสเตอร์ จะกู้สถานการณ์กลับคืนมา แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดผมกลับลางสังหรณ์แปลกๆครับว่าในคืนวันนี้ ทัพ “จิ้งจอกสยาม” จะทิ้งขว้าง “โอกาส” ซ้ำสองอย่าลืมครับว่า สวอนซี ในตอนนี้เริ่มติดปีกแล้ว นับตั้งแต่ พอล คลีเมนท์ กุนซือคนใหม่เข้ามาปฏิวัติ “หงส์ขาว” ก็กล้าแกร่งกว่าเก่าพร้อมกับเก็บชัยได้ถึง 3 จาก 5 นัดหลังสุดไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะปราบ สวอนซี ในตอนนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นที่น่ากลัวกว่าทีมดังจากแดนเวลส์ ก็คือตัวของ “เลสเตอร์” นั่นแหละที่จะแพ้ภัยตนเอง
วาร์ดี้ อาจฟอร์มตก หรือสองคู่เซนเตอร์อย่าง ฮูธ และ มอร์แกน อาจทำพลาด แต่ว่ากันว่าเบื้องหลังความล้มเหลวของ เลสเตอร์ ในปีนี้ก็คือตัวกุนซือ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่กำลังสับสนอลหม่าน

ในวันนี้คุณลุงมาดใจดีไม่สดใสเหมือนเคย รอบหลายนัดที่ผ่านมาใจของ รานิเอรี่ เริ่มโลเลหันไปใช้ 3-4-3 บ้าง, 4-3-3 บ้าง ทว่าที่สำคัญมีการเปิดเผยจาก The Guardian ว่าการเปลี่ยนแท็คติกในครั้งนี้นักเตะรู้ชะตากรรมก่อนแข่ง “เพียงแค่ 2 ชั่วโมง”เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่แปลกครับที่ทุกอย่างจะออกมาสะเปะสะปะ ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานกระทั่งผู้จัดการทีมก็ยัง “โลเลหัวใจ”เกมวันนี้ เลสเตอร์ จึงไม่มีทางเลือกนอกจาก “ใส่เต็มเหนี่ยว” สำคัญคือแค่เสมอไม่พอต้องเก็บชัยชนะให้ได้เท่านั้น เพราะพวกเขาเหลือพลังชีวิตอีกไม่มากแล้ว
นับจากวันนี้หากพลาดพลั้งมา มีสิทธิ์ “หายนะ” ทันที!

“ปืน” ประกาศขาย “อเล็กซิส” 43 ล้านปอนด์ซัมเมอร์นี้

อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก พร้อมแล้วที่จะปล่อย อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติชิลี วัย 28 ปี ให้กับทีมที่สนใจในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ต้องได้ราคาตามที่ต้องการ อยู่ที่ 43 ล้านปอนด์ (1,884 ล้านบาท) จากการนำเสนอข่าวของ “Corriere dello Sport”

ความเคลื่อนไหวของถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ล่าสุดตกเป็นข่าว จากการนำเสนอของสำนัก “Corriere dello Sport” ซึ่งรายงานว่า “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ พร้อมแล้วที่จะปล่อย อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะตัวเก่งวัย 28 ปี ออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ 2016-17ทั้งนี้ระบุว่าสืบเนื่องมาจากสัญญาค้าแข้งฉบับใหม่ของอดีตนักเตะอูดิเนเซ่ และบาร์เซโลน่า ยังไม่สามารถหาข้อยุติหรือข้อตกลงร่วมกันได้เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจขาย ดีกว่าต้องเสียนักเตะไปโดยไม่ได้แม้แต่แดงเดียว ขณะที่สัญญาของดาวเตะทีมชาติชิลี จะหมดอายุในปี 2018

โดย ”เดอะ กันเนอร์ส” พร้อมขายทันที หากได้ค่าตัวตามที่ต้องการที่จำนวนเงิน 43 ล้านปอนด์ สำหรับอเล็กซิสนั้นตกเป็นข่าวพัวพันหลายทีมช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงทีมในลีกจีน ฯลฯ

“ดิ มาเรีย” รับยังรู้สึกผิดหวังที่เลือกย้ายเข้ารัง “ผีแดง”

อังเคล ดิ มาเรีย กองกลาง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอมรับว่าการย้ายจาก เรอัล มาดริด มายัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ 2 ปีก่อนยังส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาจนถึงปัจจุบัน

“หลายสิ่งหลายอย่างสามารถเกิดขึ้นในชีวิต เช่นการที่คิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสามารถเติมเต็มผมได้ แต่กลับต้องย้ายหนีเพียงแค่ปีเดียว” ดิ มาเรีย ที่ล้มเหลวในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อย่างสิ้นเชิงกล่าว
“ดังนั้นผมจึงไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ต่อไปที่ทำได้คือการพยายามอย่างเต็มที่อยู่ตลอดเท่านั้นแล้วจะรู้เองว่ามันจะเป็นยังไง”

“ตอนผมย้ายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เพราะตอนนั้นมันมีข้อเสนอที่ดีมากๆ เข้ามาทั้งต่อตัวเองและ เรอัล มาดริด ก็เท่านั้น”
“เมื่อมายัง ปารีส แล้วมีโอกาสเจอ มาดริด อีกครั้ง ในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์  ลีก ก็เป็นเรื่องเยี่ยมยอดไปเลยกับการได้กลับซานติอาโก เบอร์นาบิว อีกครั้งเพื่อทักทายผู้คนที่คุ้นเคย”
“หวังว่าผมจะพา ปารีส ชนะ บาร์เซโลนา ได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อเข้าไปเจอกับ เรอัล มาดริด อีกครั้ง” ปีกทีมชาติอาร์เจนติน่าร่ายยาว