“สื่อซาอุฯ” เตือน “ทีมอาหรับ” ให้ระวังความขลังของราชมังคลากีฬาสถาน!

ทีมไทยเองถูกมองข้ามโดยสื่ออาหรับส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อซาอุฯ, UAE และอิรัก ซึ่งมองกลุ่ม B ว่าเป็นกลุ่มแห่งความตาย เพียงเพราะต้องร่วมกลุ่มกับออสเตรเลียและญี่ปุ่น เป็นที่ชัดเจน สื่ออาหรับมองทีมไทยว่าอ่อน และเป็นทางผ่านให้ทีมที่เหลือของกลุ่มนี้ โดยน่าจะแจก 6 แต้มไป-กลับ แต่ถ้าตามดูผลงานย้อนหลัง 3 ปีของไทย จะพบว่าระดับเทคนิกการเล่นของไทยเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสื่อญี่ปุ่นและออสเตรเลียเริ่มเตือนถึงความอันตรายของทีมชาติไทยในการเล่นในบ้านที่กรุงเทพฯ

ทีมจากอาหรับต้องระวังเป็นอย่างยิ่งในการเจอทีมชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สนามราชมังคลาฯ เพราะทีมจากอาหรับเริ่มเผชิญกับความขลังของสนามแห่งนี้นับแต่ปี 2007 เมื่อไทยเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพร่วมกับเวียดนาม, มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย โดยทีมชาติอิรักมาเสมอกับไทยในปีนั้นในนัดเปิดสนาม พอ 18 พ.ย. 2007 ทีมชาติเยเมนแพ้ไทยในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2010 6 ม.ค. 2010 ทีมชาติจอร์แดนเสมอไทยในเอเชียนคัพ รอบคัดเลือก 2011 และในรายการเดียวกันไทยก็เสมออิหร่าน 0-0 เมื่อ 28 ม.ค. 6 ก.ย. 2011 ผลฟุตบอลย้อนหลัง ทีมชาติไทยอัดโอมาน 3-0 และเสมอซาอุฯ 0-0 เมื่อ 11 ต.ค. 2011 ในเกมคัดบอลโลก 2014 ออสเตรเลียที่อยู่กลุ่มเดียวกันชนะไทยแบบ “หืดจับ” ด้วยประตูชัยของ เบร็ตต์ โฮลแมน นาที 77

ส่วนในคัดบอลโลกหนนี้ ตอนรอบที่สองที่เพิ่งจบไป ทีมชาติอิรักก็มาพบความยากลำบากในการต่อกรกับไทย โดยเฉพาะความเร็วของนักเตะไทย โดยเสมอ 2-2 เมื่อ 8 ก.ย. 2015 ก่อนจะไปเสมอด้วยสกอร์เดียวกันที่เตหะราน ทำให้ไทยเป็นแชมป์กลุ่มโดยมี 14 แต้ม นำหน้าอิรัก 2 แต้ม ทีมชาติไทยเคยแพ้ซาอุฯ 0-6 ในเอเชียนคัพที่ UAE ปี 1996 แต่ในช่วงระหว่างปี 2007-2016 ทีมไทยแข็งแกร่งขึ้นในการเล่นในบ้านด้วยสไตล์การเล่นโต้เร็วและการชิ่งบอลเร็ว ซึ่งเป็นวิธีการที่โค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง วัย 42 ปีของไทยใช้ เขามีฉายาว่า “ซิโก้” และเคยติดทีมชาติไทยถึง 134 ครั้ง และถือเป็นหนึ่งในดาวซัลโวยิงไปถึง 71 ประตู ทีมชาติไทยเป็นทีมที่แกร่งที่สุดในอาเซียน เพราะได้แชมป์ในระดับนี้มา 4 รายการ รวมไปถึงเป็นเจ้าของแชมป์ซีเกมส์ 15 สมัย

จียอน ยอมรับเครียดชักเกร็งกลางกอง ไม่เคยดูถูกอาชีพตลก

มีกระแสดราม่ารุมเร้าไม่เว้นวันเลย สำหรับนักแสดงสาว “ซอ จียอน” ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่เบี้ยวคิวกองละครหรือประเด็นถูกปลดจากรายการ ก่อนบ่ายคลายเครียด จนทำให้เจ้าตัวเครียดหนักชักกลางกอง ได้เจอเจ้าตัวที่มาออกงานอีเว้นท์ จียอนก็ขอเคลียร์ว่าที่ตนไม่อยากร่วมงานกับ กอล์ฟ เบญจพล ยันไม่เป็นความจริงเพราะยังมีการพูดคุยกันปกติ “ก็เป็นครั้งแรกที่ตัวเองมีอาการชักขนาดนี้ คุณหมอบอกว่าเป็นอาการของโรค Hyperventilation คือภาวะหายใจได้ไม่เต็มที่ ก็เลยต้องทำออกซิเจนในร่างกายมีน้อยลง สาเหตุก็เพราะว่าพักผ่อนน้อยหรือมีความเครียด ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนเครียดง่ายด้วยค่ะ คือเกี่ยวกับกระแสข่าวช่วงนี้ด้วย เป็นครั้งแรกที่โดนแบบนี้ ตัวเองก็ยังงง ตัวเองทำอะไรผิด เอาไปทบทวนตัวเอง”

“ก่อนหน้านี้มีอาการชาตัวเล็กน้อยค่ะ ก่อนจะมีอาการวูบล้ม ส่วนความดันก็พุ่งไปแตะที่ 170 กว่า พอเห็นตัวเองชักเกร็งหนักมากๆ ก็ยิ่งกลัวว่าตัวเองจะเป็นอะไรหรือเปล่า คุณหมอว่าถ้าหนักกว่านี้อาจจะถึงขั้นกัดลิ้นตัวเองได้ ตอนนี้เลยต้องห้ามเครียด พักผ่อนเยอะๆ ได้นอนโรงพยาบาลแปปเดียว แล้วก็ออกมาทำงานต่อค่ะ” “อันที่จริงคุณหมออยากให้พักสัก 2-3 วัน แต่มีคิวงานจริงๆ เลยต้องออกมาทำงานต่อ คุณหมอก็เตือนว่า ถ้าเป็นแบบนี้อีกครั้งหน้าอาการหน้าจะหนักขึ้น คือตอนนี้ก็พยายามค่ะ เพราะเราพักผ่อนเต็มที่ไม่ได้เลย งานเยอะมีทุกวัน คิดว่าจะเริ่มปล่อยวาง หรือไม่เก็บมาเครียดค่ะ” “ส่วนประเด็นที่ไม่อยากร่วมงานกับ พี่กอล์ฟ เบญจพล คือไม่เคยบอกเลยว่า ไม่อยากร่วมงานกับพี่ คือส่วนตัวยังไม่รู้ว่าจะต้องแสดงคู่กับพี่กอล์ฟด้วยซ้ำ คงเป็นการสื่อสารที่มันเข้าใจกันมากกว่า ตอนที่เราได้รับบรีฟตัวละครมาเป็นอีกแบบหนึ่ง พอเราไปถึงกองถ่าย เจอพี่กอล์ฟก็ยังสวัสดีทักทายตามปกติ แต่พออยู่ๆ ก็มาเปลี่ยนบทของเรา ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากร่วมงานกับพี่กอล์ฟ เพราะเราก็เคยทำงานด้วยกันมาแล้วและยังเจอกันอยู่”

“ดราม่าเรื่องไม่อยากติดภาพเป็นตลกคาเฟ่ คือไม่ใช่เลย เพราะอย่างนั้นตนคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ไม่รับงานแบบนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว ตนยังต้องขอบคุณ อาเป็ด เชิญยิ้ม ด้วยซ้ำที่ให้โอกาสเรา ทุกวันนี้มีชื่อเสียงเพราะการเป็นนักแสดงตลก ตนไม่เคยบอกเลยว่า เราเกลียดเป็นการเป็นนักแสดงตลก” “เรื่องคิวกับรายการตลก เราไม่ได้ถูกปลด คือเราได้คุยกับทางผู้ใหญ่แล้ว แต่คิวไม่ลงตัวจริงๆ เราคุยกันดีมากค่ะ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับกระแสที่เราไม่อยากเป็นดาราตลกด้วย ทางผู้ใหญ่ก็แนะนำว่าให้เราพักก็ได้ ถ้ามีเวลาหรือโอกาสก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งก็ได้ คือช่วงนี้คิวงานเยอะจริงๆ เราไม่เคยเบี้ยวคิวงานอยู่แล้วค่ะ”

แพท เครียดข่าว ผจก.ไม่แน่ใจ ทุกบาททุกสตางค์นักแสดงได้จากการทำงานเองมั้ย

จากข่าวที่ออกมาทั่วบ้านทั่วเมืองว่านักแสดงสาว แพท ณปภา ตันตระกูล ถูกเรียกตัวเข้ามาสอบปากคำหลังจากที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีถึง 30 ล้านบาท หลังจากที่สามีของแพท เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาสมคบคิดและฟอกเงินกับตำรวจ บช.ปส. หลังพบความผิดปกติเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน โดยในรอบ 2 ปี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารมากถึง 100 ล้านบาท ก่อนได้ประกันตัวในชั้นศาล

เพราะเหตุนี้จึงทำให้สาวแพท ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้อง ถูกเรียกตัวมาสอบปากคำเพิ่มด้วย เนื่องจากพบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีถึง 30 ล้านบาท บันเทิงไทยรัฐออนไลน์จึงได้ติดต่อสอบถามไปยังแพท ณปภา เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว แต่แพทไม่รับสายตลอดทั้งวัน จึงได้ติดต่อสอบถามไปยัง เก่ง จิรัฏฐนนท์ จันโยธา ผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดงสาวแพท ณปภา เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวดังกล่าว ซึ่ง เก่ง เปิดเผยกับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ว่า

“เรื่องเงินในบัญชี 30 ล้านบาท อันนี้พี่ไม่ทราบนะคะ เพราะพี่ไม่ใช่เจ้าของบัญชี และไม่ได้ถามแพทว่าเอาเงิน 30 ล้านนี้มาจากใคร ใครให้ ทำงานอีเวนต์ได้เงินมาเท่าไหร่ เล่นละครได้มาเท่าไหร่ หรือว่าอย่างไร พี่ไม่ได้ยุ่งเรื่องนี้ของแพท แต่ถามว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของแพทได้มาจากการทำงานด้วยตัวเองนั้น พี่ก็ไม่กล้ายืนยันนะ เพราะไม่เคยถามกันจริงๆ ส่วนเรื่องคดีที่ถูกเรียกเข้าไปให้ปากคำ ก็มีคุยกันบ้าง แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดมากมาย ถามว่าแพทเครียดกับข่าวนี้หรือไม่ แพทไม่เครียดเรื่องข่าวค่ะ แต่เครียดกับการเขียนข่าวมากกว่า ส่วนเรื่องจะเข้าไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมั้ย ไปค่ะ ไปตามหน้าที่ แต่ถ้าอยากทราบรายละเอียดอันนี้ก็ตอบไม่ได้ นักข่าวน่าจะรู้ดีกว่าเรานะ ว่าเราจะไปวันไหน”

กางโผ! “11 แข้งช้างศึก” เปิดบ้านฟัด “เศรษฐีน้ำมัน” คัดบอลโลก

ทีมชาติไทย เตรียมลงทำศึกนัดที่ 6 ของศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่ม บี ในช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่  23 มีนาคม นี้ โดยจะพบกับ ซาอุดิอาระเบีย ที่แม้ฟอร์มจะไม่เข้าตา แต่ก็สามารถเก็บแต้มได้เรื่อยมาจนผงาดนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มบี โดยเกมนี้จะทำการแข่งขันกันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เกมนี้แฟนบอลชาวไทย รอลุ้นและรอเชียร์กันได้ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง 7 สี

ขณะที่ในเรื่องของตัวผู้เล่น “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือขวัญใจชาวไทยมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ประกาศในงานแถลงข่าวก่อนเกมว่า “เกมนัดนี้ต้องมีแต้มในบ้าน ไม่สามแต้ม ก็หนึ่งแต้ม” หลังเคยเจอกันมาแล้วในเกมนัดประเดิมสนาม ซึ่งขุนพลช้างศึก โชว์ฟอร์มได้ไม่เป็นรอง เกมนี้คาดว่า “กุนซือจอมตีลังกา” จะไม่เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมเปิดบ้านเสมอกับ ออสเตรเลีย มากนัก โดยจะยังยึดระบบ 3-5-2 ซึ่งคาดการณ์ว่า 11 นักเตะจะเป็นดังต่อไปนี้ ผู้รักษาประตูแน่นอนจะเป็นใครไปไม่ได้ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จะลงเฝ้าเสา กองหลังสามคน ประกอบด้วย กรวิทย์ นามวิเศษ, อดิศร พรหมรักษ์ และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ในส่วนของวิงแบ็กสองข้าง ฝั่งขวาจะเป็น ทริสตอง โด ที่ระยะหลังโชว์ฟอร์มดีเหลือเกินกับต้นสังกัด เมืองทอง ยูไนเต็ด และแน่นอนฝั่งซ้ายจะเป็นใครไปไม่ได้ “กัปตันอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน

แผงมิดฟิลด์ อย่างที่รู้กันดีว่าจะไม่มี สารัช อยู่เย็น กองกลางขาประจำที่โชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนักต้องพักยาว คาดว่า ชาริล ชัปปุยส์ จะได้ลงแทนตำแหน่งดังกล่าวร่วมกับ ปกเกล้า อนันต์ มิดฟิลด์จาก “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ส่วน ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะเป็นตัวสร้างสรรค์เกมบุกตะลุยพาบอลปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งเหมือนเดิม แนวรุกในตำแหน่งหน้าเป้าคู่จะเป็น “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งที่ผ่านมา จับคู่กับ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงสังกัด กิเลนผยอง ที่เพิ่งจะซัดครบ 100 ตุงในเกมไทยลีก

‘ซิโก้’ห่วงนักเตะจิตตก เร่งฟื้นสภาพจิตใจก่อนดวลญี่ปุ่น ยังลังเลหาตัวแทน ‘ธีราทร’

หลังจากที่ทีมชาติไทย พลาดท่าถูกซาอุดีอาระเบีย บุกมาถล่มเอาชนะถึง 3-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 6 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายหลังเกมการแข่งขัน “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า ต้องขอโทษแฟนบอลกับผลงานที่น่าผิดหวัง เกมนี้นักเตะทุกคนตั้งใจที่จะเปิดเกมรุกสู้ตั้งแต่ต้น พยายามเพรสซิ่งใส่ผู้มาเยือน แต่การเสียประตูแรกทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนในครึ่งหลัง จนกระทั่งเสียประตูที่ 2-3 ก็ทำให้นักเตะหมดกำลังใจลงไป ส่วนหนึ่งต้องชมซาอุฯ ที่มาเยือนด้วยความพร้อมอย่างมาก

เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวต่อว่า การเจอกับญี่ปุ่นนัดต่อไปจะต้องขาด ธีราทร บุญมาทัน แบ๊กซ้ายกัปตันทีม ซึ่งจะต้องปรึกษากับทีมงานก่อนว่าจะเรียกตัวใครมาแทน ก็รู้สึกเสียดายเพราะถือว่าเป็นกำลังสำคัญของทีม “เกมกับซาอุดีอาระเบียเป็นเกมที่ยากแล้ว แต่ว่าเกมหน้ากับญี่ปุ่นนั้นเป็นเกมที่ยากยิ่งกว่า เพราะเป็นทีมที่มีความหลากหลาย อีกทั้งยังต้องบิ๊วอารมณ์นักเตะให้มีความหึกเหิมกลับมาอีก ซึ่งวันรุ่งขึ้นต้องรีบเดินทางแต่เช้า ก็เป็นห่วงว่าคืนนี้คงมีนักเตะหลายคนนอนไม่หลับ”

ส่วนการทำเข้าประตูตัวเองของ “ตั้ม”​ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ นั้น ซิโก้ กล่าวว่า ไม่โทษนักเตะคนใดคนหนึ่ง เพราะตั้มเองก็ทำงานหนักเพื่อทีมอยู่แล้ว การแพ้ก็ถือว่าแพ้ด้วยกันทั้งทีม จากนี้คงต้องปลุกนักเตะให้มีความกระหายมากที่สุดเพื่อชนกับญี่ปุ่นต่อไป ด้านเบิร์ก ฟาน มาร์ไวก์ กล่าวว่า ดีใจที่เกมนี้สามารถบุกมาเก็บชัยชนะได้ ผลนั้นมาจากการที่ทีมได้เดินทางมาเก็บตัวก่อนถึง 1 สัปดาห์ ทำให้ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้ดี แม้ว่าครึ่งหลังอาจจะมีอาการล้าไปบ้าง แต่ก็ตั้งเป้ามาเก็บ 3 คะแนนที่บ้านไทยอยู่แล้ว

ไม่โสด!! ซะแล้ว ‘เมโกะ’ เขินหนัก!!

“‘เมโกะ” ชนนิกานต์ เขินหนัก ถูก “ออฟ” จุมพล คุกเข่าง้อ ขอคืนดีใน Love Songs Love Series ตอน ยังโสด บนโลกนี้คงไม่มีใครอยากโสดแบบไร้คู่ จนหัวใจต้องหดหู่ หม่นหมองนานหรอก ก็เหมือนกับสาวยังโสดแบบโอ (“เมโกะ” ชนนิกานต์) ในซีรีส์เรื่อง ‘Love Songs Love Series ตอน ยังโสด’ ต้องหัวใจต้องอ่อนระทวย เมื่ออดีตคนรักเก่าอย่างเนม (“ออฟ” จุมพล) ลงทุนคุกเข่าง้อ ขอคืนดี งานนี้ทำเอาสาวๆ หลายคนตาร้อนเป็นไฟแน่ๆ

เป็นฉากที่โอ (เมโกะ) เดินมาพร้อมแก๊งค์เพื่อนสาวยังโสดอย่างเหมย (นิต้า) ,มุข (พัดพัด) และแพร (แพร) โอเขินหนักเมื่อเจอเนม(ออฟ) มาดักรอเธอ เพื่อปรับความเข้าใจ ก่อนที่เนมจะลงทุนคุกเข่ายื่นช่อดอกไม้กุหลาบสีแดงมาง้อขอคืนดีกับเธออีกครั้ง ผู้กำกับเค-ไชยณรงค์ แต้มพงษ์ ยกกองถ่ายไปปักหลักถ่ายทำบริเวณใต้อาคารวิชาการบิน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมสั่งทีมงานเตรียมช่อดอกกุหลาบสีแดงสดไว้สำหรับเข้าฉากน่ารักๆ ก่อนจะเรียกนักแสดงทุกคนมาหน้าเซ็ตเพื่อซ้อมบล็อคกิ้งคิว หนุ่มออฟซ้อมคุกเข่าง้อเมโกะอยู่หลายรอบ จนแก๊งค์สาวๆ นิต้า ,พัดพัด และแพร แอบแซวว่าชีวิตจริงง้อสาวแบบนี้ไหม เล่นเอาหนุ่มออฟเกิดอาการเขินเลยทีเดียว

ถึงเวลาถ่ายจริงเมโกะเดินมาพร้อมนิต้า ,พัดพัด และแพร จนมาเจอกับออฟ ที่แอบดักรอเจอตนเองพอดี เมื่อเพื่อนเห็นเช่นนั้นก็ปล่อยให้เมโกะอยู่กับออฟสองต่อสอง ด้านออฟไม่รอช้ารีบเดินหน้าง้อและขอโอกาสจากเมโกะทันที ฟากเมโกะยังลังเลใจกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยความเจ็บอีกครั้ง เมื่อออฟเห็นว่าเมโกะยังคงใจแข็งอยู่ ก็ไม่ยอมแพ้ฮึดสู้ด้วยการตัดสินใจลงทุนคุกเข่ากับพื้น พร้อมยื่นดอกกุหลาบสีแดงสดช่อโตเป็นการง้อและขอโทษ งานนี้โอจะยอมยกโทษ และกลับไปคืนดีกับเนมหรือไม่?

กอล์ฟ อยากสู่ขอใจจะขาด สินสอด ขวัญ บอกแล้วแต่จะเห็นคุณค่า

รักสตรอง! ซัพพอร์ตกันทุกเรื่องหนุ่ม กอล์ฟ-พิชญะ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ NETZ ลูมิเนสเซ็นต์ โปรตีนใยแมงมุมที่เจ้าตัวทุ่มเต็มที่ หวานใจสาว ขวัญ-อุษามณี ก็มาให้กำลังใจพร้อมคุณแม่เลยจับ กอล์ฟ-ขวัญ มาสัมภาษณ์คู่ ขวัญ หยอดว่า “ถึงพี่กอล์ฟทำมา ขวัญก็เป็นเจ้าของอยู่ดี (หัวเราะ) เงินพี่กอล์ฟก็เหมือนเงินขวัญส่วนเงินขวัญก็คือเงินขวัญ” ออกตัวแบบนี้คือหยอดให้กอล์ฟมาขอหรือเปล่า?กอล์ฟ ชิงตอบก่อนกว่า “ผมอยากจะขอใจจะขาดอยู่แล้ว แต่อยากให้ทุกอย่างพร้อมก่อน ถ้าทุกอย่างพร้อมกอล์ฟก็อยากดูแลผู้หญิงคนหนึ่งไปตลอดชีวิต ซึ่งก่อนจะถึงวันนั้นกอล์ฟต้องมีความมั่นคงก่อน ตอนนี้ก็สู้และพยายามเต็มที่” ทำงานหนักขนาดนี้เตรียมเก็บเงินไปขอน้องใช่มั้ย? “ก็เตรียมสำหรับอนาคตทั้งของตัวเองและครอบครัวด้วย” ขวัญคิดสินสอดแพงมั้ย?ขวัญ “แล้วแต่พี่กอล์ฟเค้าจะเห็นคุณค่าขวัญยังไง (หัวเราะ)”

วันเกิดแม่ขวัญล่าสุดให้ของขวัญอะไร?กอล์ฟ “กะว่าจะเซอร์ไพรส์ตอนกลางคืนก็เลยแวะเอาเค้กกับของขวัญไปให้เป็นกระเป๋าที่มีใบเดียวในโลก แต่มีเพิ่มอีกใบเพราะคุณแม่อยากได้ด้วย กอล์ฟสั่งตัดจากโรงงานของตัวเองให้ คุณแม่ก็ดีใจและชอบ ส่วนวันเกิดขวัญที่ผ่านมาก็ต้องทำให้ตรงกันข้ามกัน ขวัญเค้าจัดใหญ่ให้กอล์ฟแล้วกอล์ฟเลยขอจัดเล็กๆแต่อบอุ่น” ขวัญ “ไม่อบอุ่นค่ะ ไดร์ผมไปสวยเลยแต่พอขึ้นไปกินข้าวข้างบนลมก็ตีจนผมกระเจิง เค้าก็อยากโรแมนติกพาขึ้นไปกินอาหารบนชั้นดาดฟ้าแต่ไม่รู้ทางขึ้น แถมจอดรถผิดฝั่งจากที่ใส่ส้นสูงไปพอเดินผ่านห้างต้องซื้อรองเท้าแตะมาเปลี่ยนเพราะไกลมาก”

มีของขวัญอีกมั้ย?กอล์ฟ “มีครับ ซื้อกระเป๋าสตางค์ให้ก็ใส่เงินก้นถุงไว้นิดหน่อย” ซื้อของให้กันบ่อยคนเลยมองว่าเป็นคู่รักสายเปย์?ขวัญ “มันก็ไม่แปลกอะไรถ้าเรารักใครก็ต้องการให้คนนั้นมีความสุขได้ใช้ของที่เค้าชอบ มันไม่ได้เป็นวัตถุ แต่มันปรับเปลี่ยนมาเป็นคุณค่าทางจิตใจมากกว่า”.

จับตาดู “แกเร็ธ เซาธ์เกต” ให้ดี!

เมื่อปีที่แล้วถ้าจำกันได้ “แซม อัลลาร์ไดซ์” กลายเป็นกุนซือที่ทำสถิติการคุม “ทีมชาติอังกฤษ” ดีที่สุดคนนึง จากผลงาน 1 นัด ชนะ 1 นัด นั่นหมายความว่าชนะ 100 เปอร์เซนต์ ซึ่งบิ๊กแซมต้องกระเด็นตกจากเก้าอี้เพราะปากตัวเองแท้ๆ ทำให้ “แกเร็ธ เซาธ์เกต” กุนซือทีมชาติชุดเล็กตอนนั้นทำหน้าที่ขัดตาทัพแทน หลังจากพาทีมลงแข่ง 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 2 โดย ชนะ “มอลตา” 2-0 “สก็อตแลนด์” 3-0 และ เสมอ “สโลวีเนีย” 0-0 “สเปน” 2-2 เป็นผลทำให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือเอฟเอ ตัดสินใจเซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปี กับกุนซือหนุ่มใหญ่วัย 46 ปี เป็นนายใหญ่ขุนพลสิงโตคำรามแบบเต็มตัว

แน่นอนว่ามีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่ากุนซือที่มีประสบการณ์การคุมทีมในระดับสโมสรเพียงแค่ “มิดเดิ้ลสโบรช์” ทีมเดียวจะไหวหรือ เพราะ “ความคาดหวัง” สูงมาก ในการพาทีมประสบความสำเร็จด้วยการเป็น “แชมป์” ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆอย่าง “ฟุตบอลโลก 2018” รัสเซีย รวมทั้งฟุตบอล “ยูโร 2020” ที่ยูฟ่าเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน ไม่ใช่ชาติเจ้าภาพแต่เป็นสนามของประเทศต่างๆในยุโรป (เหตุผลเนื่องจากช่วงนี้เศรษฐกิจในยุโรปไม่ดี และไม่ต้องการให้ประเทศเจ้าภาพแบกภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล) ถ้าดูจากสถานการณ์ของขุนพลสิงโตคำรามตอนนี้ เป้าหมายแรกของ “เซาธ์เกต” คือพาทีมเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกในฐานะอันดับ 1 ของกลุ่ม ซึ่งลงสนามไปแล้ว 4 นัด มี 10 คะแนน ถือว่าไม่ปลอดภัยเพราะทีมอันดับ 2 “สโลวีเนีย” มี 8 คะแนน และ อันดับ 3 “สโลวาเกีย” มี 6 คะแนน ถ้าเกิดพลาดสัก 2 นัดจาก 6 นัดที่เหลือก็มีสิทธิ์ที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ไม่เข้ารอบได้เหมือนกัน จริงๆก็ต้องเห็นใจ “เอฟเอ” ในตอนที่ตัดสินใจแต่งตั้ง “เซาธ์เกต” ด้วย เพราะยุคนี้ยังนึกถึงกุนซือชาวอังกฤษฝีมือดีๆหรือประสบการณ์สูงที่จะฝากความหวังไว้ได้ แถมกุนซือชื่อดังชาวต่างชาติหลายคนก็เลือกที่จะทำงานในระดับสโมสรยักษ์ใหญ่มากกว่า จึงมองว่า “เซาธ์เกต” โชคดีด้วยที่ยุคนี้ไม่มีใครมาเป็นคู่แข่งเก้าอี้นายใหญ่ทีมชาติ และเอฟเอก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้

ส่วนตัวเองเชื่อว่า “เซาธ์เกต” ยังมือไม่ถึงที่จะมารับงานใหญ่ระดับทีมชาติ ถ้าดูผลงานจากการคุมทีม 4 นัดเหมือนจะสวยหรู แต่ถ้าเอาภาพการเล่นรายละเอียดตลอด 90 นาทีในแต่ละนัดมาดูอีกที จะเห็นว่า “ผลงานไม่น่าประทับใจเลย” ชนะทีมสมันน้อย “มอลตา” 2 ลูก ขณะที่คู่แข่งร่วมกลุ่ม “สก็อตแลนด์” กดไป 5 เม็ด บุกเสมอ “สโลวีเนีย” 0-0 ทั้งๆที่ทีมอย่างอังกฤษมีดีกว่า ต้องชนะ หรือเกมอุ่นเครื่องในบ้านกับ “สเปน” เอง ยิงนำไปก่อน 2-0 เพราะขุนพลกระทิงดุยังไม่ใช่ตัวหลัก แต่พอเปลี่ยนลงมาครึ่งหลังถูกตีเสมอ 2-2 และถ้าไปดูสถิติหลังเกมจะเห็นว่า คู่แข่งครองบอลกดดันมากกว่า 66 เปอร์เซนต์ต่อ 34 เปอร์เซนต์ โอกาสยิงยังน้อยกว่าอีก มาถึงตรงนี้คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้นอกจากรอดู “เซาธ์เกต” ทำงานของตัวเองต่อไป โดยเฉพาะสัปดาห์นี้ที่เป็นฟีฟ่าเดย์ของทีมชาติ วันนี้ขุนพลสิงโตคำรามต้องบุกไปเยือนขุนพลอินทรีเหล็ก “ทีมชาติเยอรมัน” ก่อนวันอาทิตย์ที่จะถึงเปิดบ้านเจอ “ทีมชาติลิธัวเนีย” (นัดนี้ยังไงต้องชนะ)

เสริมด่วน! “ช้างศึก” เรียก “นูรูล” ติดทัพลุยญี่ปุ่นคัดบอลโลก

“ช้างศึก” ทีมชาติไทยตัดสินใจเรียก นูรูล ศรียานเก็ม เข้ามาเสริมทัพ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มบี นัดที่ 7 ที่จะพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น

ตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ส่งทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่ม บี นัดที่ 7 ที่จะพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 นั้น ทางทีมงานสต๊าฟฟ์ได้ประชุมและปรึกษากัน พร้อมตัดสินใจเรียก นูรูล ศรียานเก็ม มาเสริมทัพก่อนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น นูรูล ศรียานเก็ม จะเดินทางตามไปสมทบกับทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ในภายหลัง ซึ่งทางสมาคมฯ จะประสานงานเรื่องการเดินทางทั้งหมด

นักกีฬาฟุตบอลชายทีมชาติไทย ทั้งหมด จะรวมตัวกันที่ ท่าอากาศยาน นานาชาติสุวรรณภูมิ ในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น. เพื่อเตรียมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่เจ็ด ที่จะพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนาม ไซตามะ สเตเดียม ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทยสองชั่วโมง

ป๊อก-สายป่าน’ดราม่าน้ำตาท่วมจอ

เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กับละครเรื่อง “ป่ากามเทพ” ทางช่อง GMM25 พอ รำพร (ป๊อก -ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์) แน่ใจแล้วว่า อาชา (ไนกี้ – นิธิดล ป้อมสุวรรณ) และเคลีย (สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข) มีใจให้กันอย่างห้ามไม่ได้ ฉะนั้นไม้ตายสุดท้ายที่จะดึงอาชาออกจากเคลียนั่นคือการไล่เคลียออกจากบ้าน เรียกว่าเป็นฉากที่เชือดเฉือดอารมณ์สุดๆ ของ ป๊อกและสายป่าน สองนักแสดงเจ้าแม่ดราม่ามารับส่งอารมณ์กันแบบใส่เต็ม

โดยฉากนี้เป็นตอนที่ รำพร รู้และเห็นจะกับตาว่า อาชา กับ เคลีย ยังรักและห่วงใจกันอยู่ แถมโชว์จูบตอกย้ำสัมพันธ์รักอย่างชัดเช่น รำพรเสียใจมาก วางแผนให้อาชาไปทำธุระนอกบ้านให้ แล้วใช้โอกาสนี้คุยและตกลงกับเคลีย ก่อนที่จะไล่เคลียออกจากบ้านอย่างไม่ใยดี ป๊อก กับ สายป่าน เดินออกไปทำอารมณ์กันคนละมุมเพื่อทบทวนบทพูดของตัวเอง พอทั้งคู่ทำอารมณ์ได้แล้ว ผู้กำกับ กู่ เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข ให้ป๊อกกับสายป่านเล่นบิ้วท์อารมณ์กันอีกรอบ และซ้อมมุมกล้องรับส่งจังหวะของทั้งคู่ ป๊อกนัดแนะกับสายป่านว่าจะผลักเบาๆ สายป่านเลยเสนอไอเดียให้ป๊อกจับกดหัวตัวเองได้เลยเพื่อความสมจริงตามอารมณ์ตัวละคร ซ้อมกันจนทุกอย่างพร้อม กล้องถ่ายจริงทันที

เริ่มที่ สายป่าน กำลังเดินไปซักผ้า ป๊อกตามเข้ามาถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสายป่านกับไนกี้ สายป่านอึ้งที่ป๊อกรู้และเห็นทุกอย่าง ป๊อกเลยตบหน้าสายป่าน แล้วกดและผลักหัวสายป่านกระแทกเครื่องซักผ้า ตามที่ตกลงกันไว้ ป๊อกโกรธมากด่าไปร้องไห้ไป อย่างเจ็บปวด สายป่านเองก็ค่อยๆ คลานเข้าไปกอดขาป๊อกอ้อนวอนขอโทษ ยกมือไหว้ พยายามอธิบายเรื่องราวด้วยเสียงสั่นเครือ ป๊อกไม่ฟังดันตัวสายป่านออกไปสะบัดขาจนสายป่านกระเด็น สายป่านร้องไห้สะอึกสะอื้น ป๊อกยื่นคำขาดไล่สายป่านออกจากบ้าน แล้วเดินหนีทิ้งให้สายป่านนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ผู้กำกับสั่งคัท ป๊อกรีบวิ่งกลับมาดูสายป่านทันทีเพราะตอนสลัดขา ไม่รู้เผลอโดนหน้าสายป่านหรือเปล่าเพราะยั้งไม่อยู่ด้วยมันอารมณ์พาไปเลยใส่เต็มที่