ย้อนบทเรียนคาสิโนต่างชาติถูก กม. ก่อนพล.ต.อ.สมยศหนุนเต็มสูบในไทย

เปิดผลวิจัย สกว. อุตสาหกรรมพนัน สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย มาเลเซีย นำเสนอบทเรียนตั้ง ‘คาสิโน’ ถูก กม.ในประเทศ ก่อน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เดินหน้าหนุนตั้งในไทย หวังนำรายได้พัฒนาชาติ ท่ามกลางเสียงค้านในสังคม

แนวคิดการตั้งบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย ปรากฏอยู่บ่อยครั้งในหน้าประวัติศาสตร์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) ได้ออกมาสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลนำแบบอย่างต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้ภาครัฐไปพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป

ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย( สกว.) และ คณะ ได้ศึกษาวิจัย เรื่อง อุตสาหกรรมการพนัน: ไทย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และมาเลเซีย พ.ศ.2543” โดยนำเสนอบทเรียนการตั้งคาสิโนอย่างถูกกฎหมายภายในประเทศอย่างน่าสนใจ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) หยิบยกความตอนหนึ่งนำเสนอ ดังนี้

‘คาสิโนลาสเวกัส’ สหรัฐฯ ทำรายได้ 1 ใน 3 ของคาสิโนทั่วประเทศ

เมื่อศึกษาต้นแบบอย่างสหรัฐอเมริกา การเล่นพนันโดยถูกกฎหมายในสถานคาสิโนเป็นสิ่งที่ยอมรับกันทั่วไป สถานคาสิโนแห่งแรกเกิดขึ้นในปี 1827 ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ และกระจายตัวไปยังรัฐต่างๆ กล่าวได้ว่า ในทศวรรษ 1990 อุตสาหกรรมการพนันในสหรัฐอเมริกาเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในปี 1994 การพนันในสถานคาสิโน 10 มลรัฐ ก่อให้เกิดรายได้มากกว่าการออกล็อตเตอรี่ใน 37 มลรัฐ และสถานคาสิโน ยังทำรายได้ให้แก่รัฐในรูปแบบภาษีอากรราวปีละ 1.4 พันล้านดอลลาร์ และในปี 1996 มีการใช้จ่ายเงินเพื่อการพนันราว 300 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

ธุรกิจคาสิโนแตกต่างจากล็อตเตอรี่ ขณะที่กำไรส่วนมากจากล็อตเตอรี่ตกเป็นของรัฐ แต่กำไรจากธุรกิจคาสิโนตกเป็นของนักลงทุนเอกชนที่จะนำรายได้ให้รัฐในรูปแบบภาษีอากรแทน สิ่งนี้เองที่ดึงดูดให้แต่ละมลรัฐอนุญาตให้เปิดบ่อนได้อย่างถูกกฎหมาย แต่การคงธุรกิจไว้ยังปรากฏหลักฐานถึงการจ้างนักวิ่งเต้น และติดสินบนนักการเมืองด้วยเช่นกัน

การศึกษาวิจัย ระบุด้วยว่า การพนันสามารถสนองนโยบายของรัฐบาลสหรัฐได้ในหลายประเด็น

1. ภาษีรายได้ (Taxes) รัฐจะได้เงินภาษีจากธุรกิจการพนัน 2 ด้าน คือ ภาษีทางตรง (Direct revenues) ที่เก็บจากธุรกิจการพนันโดยตรง ซึ่งมักจะคำนวณเป็นสัดส่วนจากผลกำไรของผู้ประกอบการอันมีอัตราที่ไม่เท่ากัน มีผู้ตั้งข้อสังเกตตามมาว่า บ่อนคาสิโนดูจะมีความจำเป็นสำหรับรัฐที่มีขนาดเล็กและยากจนเพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐ

ด้านที่สอง ภาษีทางอ้อม (Indirect revenues) อยู่ในรูปแบบภาษีต่างๆของรัฐบาลกลาง มลรัฐ และรัฐท้องถิ่น อาทิ ภาษีรายได้ ภาษีทรัพย์สิน ภาษีต่อหัวคนงาน เป็นต้น

2. โครสร้างพื้นฐาน (Infrastructures) ผลลัพธ์จากการมีบ่อนคาสิโน ทำให้เกิดการนำเงินภาษีไปปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของรัฐ เช่นที่เดดวูด รัฐเซาท์ดาโกต้า ภาษีจากคาสิโนถูกนำไปสร้างถนนสายใหม่ และยังทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวขยายตัว

3.อุตสาหรกรรมการท่องเที่ยว เป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ที่ได้รับผลบวกจากการมีบ่อนคาสิโน เพราะจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างถิ่น บ่อยครั้งที่คาสิโนถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเงินตราของประเทศที่อาจสูญเสียเงินไปการท่องเที่ยวคาสิโนริมชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และนำมาสู่การหมุนเวียนของรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ โดยปกตินักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายเงินมากกว่าคนในท้องถิ่น ส่งผลให้คนในชุมชนได้รับผลประโยชน์ไปด้วยจากการขายสินค้า และบริการอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สมดุลรวมถึงขนาดประชากรที่ใหญ่เพียงพอ

4.การจ้างงาน เมื่อสถานคาสิโนมีส่วนให้การท่องเที่ยวขยายตัวเพิ่มขึ้น ความต้องการแรงงานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งการจ้างงานในคาสิโนแต่ละแห่ง รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่มีการตอบสนองสถานคาสิโนเช่นกัน

สิ่งนี้จะเหมาะสมหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากมุมมองด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ขึ้นอยู่กับต้นทุนของสังคมที่เกิดจากการพนันที่ผิดกฎหมาย และการพนันผิดกฎหมายนั้น มีอิทธิพลต่อการคอร์รัปชันอย่างสำคัญหรือไม่ เพราะ ผลลบของการคอร์รัปชันอาจมากกว่าผลเสียของการเล่นการพนันเสียอีก