บ่อนวิ่งกรุงเทพฯ แย่งลูกค้าบ่อนชายแดน

เขาอธิบายเบื้องต้นว่า ลักษณะของบ่อนคาสิโนมี 2 ประเภท ประเภทแรกคือคอมเพล็ก คาสิโน ที่มีโรงแรมเป็นส่วนประกอบสำหรับนักเล่นที่มียอดการใช้จ่ายถึงตามเป้า กล่าวคือมีห้องเป็นค่าคอมมิชชั่น ส่วนประเภทที่ 2 คือโรงแรมที่ถูกระบุว่ามีห้องเกม “ต่างกันนะครับ สมมุติคุณไปโรงแรมในเมืองไทย จะมีเกมรูม เข้าไปจะเห็นโต๊ะพูล สนุ้กเกอร์ ที่นี่เป็นโรงแรมที่มีเกมรูม ไม่ใช่คาสิโนที่มีโรงแรม ดังนั้น จึงมองว่าที่นี่เล็ก คุณมองให้ดีว่าที่นี่เป็นรีสอร์ตพักผ่อน กินบรรยากาศ ที่มีห้องเกมให้เล่น แต่คนไปมองว่าบ่อนคือบ่อน”

เขาเล่าว่าบ่อนแห่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2534 แต่เซ็นสัญญากับทางพม่าปี 2543 โดยต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่เขตปกครองพิเศษ 1,000 เอเคอร์ หรือ 2,300 ไร่ให้แก่ทางพม่าเดือนละ 40,000 เหรียญ แต่ห้ามคนพม่าเข้ามาเล่น เขาบอกว่าทางพม่าจะได้ปิดตาข้างเดียวบอกกับคนอื่นได้ว่าไม่มีคาสิโนเพราะคนพม่าไม่เล่น ธุรกิจบ่อนคาสิโนแห่งนี้เริ่มเฟื่องฟูมากที่สุด ในช่วงปี 2543-2547 ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย 99 เปอร์เซ็นต์ มีตั้งแต่นักการเมือง นักธุรกิจ ไปจนถึงชนชั้นสูง แต่เมื่อถึงปี 2548 ก็เริ่มขาดทุน เหตุจากหุ้นส่วนรายหนึ่งขอแยกตัวออกไปบริหารจัดการเอง จึงเท่ากับแบ่งกลุ่มลูกค้าไป แต่หุ้นส่วนรายนั้นกลับไม่มีประสบการณ์การบริหารบ่อนคาสิโน ทำให้ขาดทุน ประกอบกับมีบ่อนคาสิโนหรูหรามาเปิดใกล้ ๆ ในฝั่งลาว จึงยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ดึงลูกค้าของบ่อนไปคือ การเกิดบ่อนเถื่อนบ่อนวิ่งในกรุงเทพฯ นอกจากลูกค้าที่หายไปแล้ว บ่อนวิ่งในกรุงเทพฯ และบ่อนชายแดนในละแวกใกล้เคียง ยังดึงพนักงานของบ่อนไปด้วยการให้เงินเดือน 2 เท่า “เพราะเขาไม่ต้องฝึก แต่เราฝึกเด็กจากศูนย์ ในกรุงเทพฯ เด็กจากเราทั้งนั้น ที่นี่เราฝึกจับชิพนะครับ ถ้านิ้วยาวไม่พอจับชิพสูงจากโต๊ะ 20 อัน คือจับไม่ถึงอันล่าง เราไม่เอา คุณเห็นในหนังใช่มั้ยครับ การตีชิพ ขานชิพ ที่นี่จะคล่อง เพราะว่าสไตล์เรามาเก๊า ตุรกี ครั้งแรกฝึก 3 สัปดาห์ ไม่มีเงินเดือนให้ มีแต่ที่พักกับอาหาร”

ใส่ความเห็น