ขาจร-ขาใหญ่-จังเก็ต

กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาเล่นจะแบ่งเป็นขาจรและขาใหญ่หรือขาประจำ โดยกลุ่มขาจรจะเป็นกลุ่มที่ถ้าเสียก็หมดแล้วหมดเลย ไม่มีการให้เครดิต ส่วนจะไปจำนำทรัพย์สินที่ติดตัวมากับโรงรับจำนำที่ตั้งอยู่ภายในโรงแรม เพื่อไปเล่นต่อนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยกเว้นรถ “เราห้ามมีการจำนำรถในพื้นที่จอดรถของเรา ถ้ามีคนบอกว่ามาเอารถโดยไม่มีใบฝากรถมา ห้ามให้รถไป” ส่วนกลุ่มกระเป๋าหนักคือขาใหญ่และขาประจำ กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดมาเล่น แต่จะคุยเพื่อขอเครดิตโดยตรงกับเฮีย ก เช่นถ้าขาใหญ่มีเครดิต 10 ล้านบาท ก็สามารถเข้ามาขอชิพเล่นได้เลย หากเสียขาใหญ่ก็จะโอนเงินผ่านบัญชีมาให้ แต่ถ้าได้ทางบ่อนจะเป็นฝ่ายโอนเงินไป

“การจะให้เครดิตใครต้องเป็นเรื่องของเจ้านาย ผมไม่รู้ แต่อย่างหนึ่งคือ เรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ หนี้สูญก็เยอะแยะ อย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องของเงินลอย ๆ อย่างเดียว มาถึงบอกว่า 10 ล้าน เบิกชิพเสร็จ เสียหรือได้ ในนี้บางคนอาจจะไม่ได้จับเงินสดเลย จับแต่ชิพ ฉะนั้น เงินหมุนเวียนธนาคาร คุณรู้มั้ยธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในแม่สายมีเงินหมุนเวียนเป็นหมื่นล้านบาท” ยังมีกลุ่มลูกค้าที่ได้เครดิตผ่าน ‘จังเก็ต’ ลักษณะคล้ายนายหน้าหาลูกค้าให้กับทางบ่อน สมมติว่า นาย ก เป็นจังเก็ตสามารถหาลูกค้าได้ 10 คน ก็จะติดต่อมาที่เจ้าของบ่อนขอเครดิต 10 ล้านบาท สำหรับลูกค้า 10 คน คนละ 1 ล้านบาท ถ้าเล่นได้ก็ได้ไป แต่ถ้าเล่นเสีย จังเก็ตจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

“ในมาเก๊าที่เกิดการอุ้มเพราะเสียแล้วไม่จ่าย เพราะจังเก็ตต้องรับผิดชอบ ถ้าจังเก็ตดีก็ดีไป ถ้าไม่ดีก็อุ้มลูกค้าตัวเองไปรีด เพื่อเอาเงินมาคืนบ่อนให้ได้ จังเก็ตก็ไม่ใช่นักเลง แต่เป็นคนที่เราไว้เนื้อเชื่อใจ เหมือนเป็นคนทำบัญชีให้เรา ที่นี่ก็มี บ่อนใหญ่ต้องมีจังเก็ต ต้องมีเป็นมือเป็นเท้าให้ ไม่อย่างนั้นเจ้าของบ่อนที่มีชื่อเสียงก็จะรับแต่ขาจร เพราะขาประจำมาจากจังเก็ต บ่อนเถื่อน บ่อนวิ่งในกรุงเทพฯ ก็มีจังเก็ตของตัวเอง คนที่จะเป็นจังเก็ตต้องได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากเจ้าของบ่อน คุ้นเคยกันมา ไม่ใช่จู่ๆ จะเป็นได้”

ใส่ความเห็น